ระวัง โรคหัวและรากเน่า (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่
สภาพอากาศในช่วงนี้มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกหอมแดง, หอมหัวใหญ่ ในระยะ เจริญเติบโตทางลำต้น รับมือโรคหัวและรากเน่า (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ต้นหอมแสดงอาการใบเหลือง เหี่ยว ชะงักการเจริญเติบโต ต่อมาใบแห้งจากปลายใบ แล้วลามแห้งหมดทั้งต้น กาบใบและรากเน่า เมื่อถอนต้นจะหลุดจากดินได้ง่าย บริเวณโคนต้นพบเส้นใยหยาบสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรค และเม็ดสีขาวหรือสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ คล้ายเมล็ดผักกาดปนอยู่กับเส้นใย จึงมักเรียกว่า ราเม็ดผักกาด
**** ในระหว่างรอการขนส่ง หรืออยู่ในโรงเก็บ ถ้าหัวหอมมีเชื้อราสาเหตุโรคติดมาจากแปลงปลูกจะทำให้หัวเน่าและลุกลามไปยังหัวที่อยู่ใกล้เคียง
แนวทางป้องกัน/แก้ไข
1. หลีกเลี่ยงการปลูกพืช ในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรคนี้
2. แปลงปลูกควรมีการระบายน้ำที่ดี
3. ก่อนปลูกควรไถตากดิน 2-3 แดด ใส่ปูนขาว และปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อปรับสภาพดิน
4. ใช้หัวหรือเมล็ดพันธุ์จากแหล่งปลูกที่ไม่มีการระบาดของโรคนี้ และไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ
5.หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นเป็นโรค ให้ถอนต้นและขุดดินบริเวณที่พบ นำไปทำลายนอกแปลงปลูก แล้วรดดินในหลุมและบริเวณใกล้เคียง ด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น คาร์บอกซิน 75% WP อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ โทลโคลฟอส-เมทิล 50% WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีไตรไดอะโซล 24% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีไตรไดอะโซล + ควินโตซีน 6% + 24% EC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไอโพรไดโอน 50% WP อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยรดสารทุก 5 วัน อย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อสาเหตุโรคแพร่ไปยังต้นข้างเคียง
6. ควรทำความสะอาดเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการเกษตร เช่น จอบ เสียม ทุกครั้งหลังใช้กับต้นที่เป็นโรค
ที่มาข้อมูล : www.facebook.com/สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร