ระวัง โรคหัวและรากเน่า (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่
20 ต.ค. 2564
2,792
0
ระวังโรคหัวและรากเน่า(เชื้อราSclerotiumrolfsii)
ระวัง โรคหัวและรากเน่า (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่

ระวัง โรคหัวและรากเน่า (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่

สภาพอากาศในช่วงนี้มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ เตือนผู้ปลูกหอมแดง, หอมหัวใหญ่ ในระยะ เจริญเติบโตทางลำต้น รับมือโรคหัวและรากเน่า (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ต้นหอมแสดงอาการใบเหลือง เหี่ยว ชะงักการเจริญเติบโต ต่อมาใบแห้งจากปลายใบ แล้วลามแห้งหมดทั้งต้น กาบใบและรากเน่า เมื่อถอนต้นจะหลุดจากดินได้ง่าย บริเวณโคนต้นพบเส้นใยหยาบสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรค และเม็ดสีขาวหรือสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ คล้ายเมล็ดผักกาดปนอยู่กับเส้นใย จึงมักเรียกว่า ราเม็ดผักกาด

**** ในระหว่างรอการขนส่ง หรืออยู่ในโรงเก็บ ถ้าหัวหอมมีเชื้อราสาเหตุโรคติดมาจากแปลงปลูกจะทำให้หัวเน่าและลุกลามไปยังหัวที่อยู่ใกล้เคียง

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

1. หลีกเลี่ยงการปลูกพืช ในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรคนี้
2. แปลงปลูกควรมีการระบายน้ำที่ดี
3. ก่อนปลูกควรไถตากดิน 2-3 แดด ใส่ปูนขาว และปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อปรับสภาพดิน
4. ใช้หัวหรือเมล็ดพันธุ์จากแหล่งปลูกที่ไม่มีการระบาดของโรคนี้ และไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ
5.หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นเป็นโรค ให้ถอนต้นและขุดดินบริเวณที่พบ นำไปทำลายนอกแปลงปลูก แล้วรดดินในหลุมและบริเวณใกล้เคียง ด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น คาร์บอกซิน 75% WP อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ โทลโคลฟอส-เมทิล 50% WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีไตรไดอะโซล 24% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีไตรไดอะโซล + ควินโตซีน 6% + 24% EC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไอโพรไดโอน 50% WP อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยรดสารทุก 5 วัน อย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อสาเหตุโรคแพร่ไปยังต้นข้างเคียง
6. ควรทำความสะอาดเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการเกษตร เช่น จอบ เสียม ทุกครั้งหลังใช้กับต้นที่เป็นโรค

 

ที่มาข้อมูล : www.facebook.com/สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร

 

ตกลง