‘ใบเตย’ จากสมุนไพรใกล้ตัว สู่โอกาสใหม่ในตลาดส่งออก
26 ธ.ค. 2568
246
0
‘ใบเตย’ จากสมุนไพรใกล้ตัว สู่โอกาสใหม่ในตลาดส่งออก
‘ใบเตย’ จากสมุนไพรใกล้ตัว สู่โอกาสใหม่ในตลาดส่งออก

ในอดีต “ใบเตย” อาจถูกมองว่าเป็นเพียงพืชสวนครัวหรือสมุนไพรพื้นบ้าน ที่ใช้แต่งกลิ่น แต่งสี หรือประกอบอาหารและขนมไทยเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน แนวโน้มความสนใจด้านสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน และวัตถุดิบจากธรรมชาติในระดับโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังทำให้ “ใบเตยไทย” เปลี่ยนบทบาทจากพืชธรรมดา สู่พืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพต่อยอดได้ในเชิงธุรกิจและตลาดส่งออก

วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณยุ้ย-วีณา เทศนา เจ้าของแบรนด์ ‘เตยย์’ ผู้ผลักดันพืชที่หลายคนเคยมองว่า “ไม่มีราคา” ให้กลายเป็นพืชที่ตลาดส่งออกต้องการ และสามารถยกระดับสู่สินค้าพรีเมียมได้สำเร็จ กว่าที่คุณยุ้ยจะมาถึงจุดนี้ เธอใช้เวลากว่า 7 ปี ในการพัฒนา ค้นคว้า ทดลอง และต่อยอดผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง จนกลายเป็น “ผงใบเตยพรีเมียม” ที่ทั้งมีคุณค่า มีมาตรฐาน และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก

ใบเตยคือหนึ่งในนั้นพืชที่อยู่คู่ครัวไทยมานาน ปลูกง่าย โตไว จนหลายคนมองว่าไม่มีมูลค่า แต่สำหรับคุณยุ้ย ความธรรมดานี้แหละคือสิ่งที่มีคุณค่า เพราะใบเตยคือกลิ่นอายความเป็นไทยชัดเจน ทั้งในขนม เครื่องดื่ม และอาหารหลายชนิด เพียงแค่ได้กลิ่น ก็รู้สึกถึงความเป็น “ไทย” ขึ้นมาทันที

ปัจจุบันผู้คนทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น อย่างตลาดจีนก็เห็นชัดว่ามีความสนใจ “สมุนไพรไทย” สูงมาก และเชื่อมั่นในมาตรฐานการปลูกของไทย โดยเฉพาะหากสามารถยกระดับสู่มาตรฐานออร์แกนิก ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการก้าวสู่ตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ปลูกให้ปลอดภัย แต่ผู้บริโภคยังมองเห็น “คุณค่าที่แท้จริง” ของใบเตย ทั้งในแง่สรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ยังคงอยู่ เป็นพืชธรรมดาที่ซ่อนคุณประโยชน์ไว้อย่างน่าทึ่ง

ในยุคที่ใครๆ ก็ปลูกพืชได้เหมือนกัน การสร้างแบรนด์จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่การ “ผลิต” เท่านั้น แต่คือการ “ส่งต่อเรื่องราวและคุณค่า” จากผลผลิตไปถึงผู้บริโภคอย่างมีความหมายจริงๆ

สิ่งสำคัญที่คุณยุ้ยมองเห็นเป็นโอกาสในการต่อยอดในอนาคต คือ ‘กลิ่นหอมเฉพาะตัวของใบเตย’ ซึ่งเชื่อว่าในวันหนึ่งอาจกลายเป็นกลิ่นที่มีคุณค่าไม่ต่างจาก ‘วานิลลา’ ที่ผู้ผลิตทั่วโลกต้องการนำไปใช้สร้างเสน่ห์ให้กับอาหารและขนมหวาน ความตั้งใจคืออยากผลักดันให้กลิ่นใบเตยกลายเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ที่ผู้คนทั่วโลกนึกถึงและอยากนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ในอนาคต ‘ใบเตย’ มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจได้ เพราะมีต้นทุนการปลูกไม่สูง ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยและสารเคมีมาก ที่สำคัญสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องรอฤดูกาล ปัจจุบันยังเริ่มมีหน่วยงานภาครัฐอย่างกรมวิชาการเกษตร และส่วนวิจัยพืชสวน เข้ามาสนับสนุนในด้านมาตรฐานการปลูกอย่างจริงจัง ยิ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเติบโตของพืชชนิดนี้ในอนาคต

จุดแข็งของ “ใบเตย” ที่ทำให้ไปต่อได้ในเวทีโลก
ปลูกง่าย ต้นทุนไม่สูง
ใบเตยเป็นพืชที่ดูแลง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีมาก และสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี ทำให้มีความพร้อมในเชิงปริมาณและความต่อเนื่องของวัตถุดิบ
มีโอกาสยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจ
เมื่อมีมาตรฐานการปลูก การแปรรูป และความปลอดภัยรองรับ ใบเตยสามารถพัฒนาเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างมั่นคงได้ในอนาคต
สนับสนุนโดยงานวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยผลักดันเรื่องมาตรฐานและคุณภาพการผลิต ทั้งด้านการปลูกและการแปรรูป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญหากต้องการเข้าสู่ตลาดส่งออก

ทิศทางการ “ต่อยอด” ของใบเตยในอนาคต
1. ยกระดับสู่ วัตถุดิบพรีเมียมในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
การพัฒนาใบเตยในรูปแบบผงสกัด น้ำเข้มข้น หรือสารแต่งกลิ่นจากธรรมชาติ จะช่วยเพิ่มมูลค่าได้หลายเท่า และขยายโอกาสสู่ตลาดเบเกอรี่ เครื่องดื่มสุขภาพ อุตสาหกรรมขนมหวาน รวมถึงอาหารระดับพรีเมียมในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการวัตถุดิบ “จากธรรมชาติ 100%”

2. ก้าวสู่ ตลาดเครื่องสำอางและสกินแคร์
ด้วยคุณสมบัติด้านสารต้านอนุมูลอิสระและความหอมเฉพาะตัว ใบเตยสามารถต่อยอดเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผลิตภัณฑ์สปา น้ำหอมธรรมชาติ สบู่ และเครื่องสำอางเชิงสุขภาพได้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและเติบโตต่อเนื่องในระดับโลก

3. พัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพรสมัยใหม่
อนาคตใบเตยอาจได้รับการพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และ Functional Food หากมีการวิจัยเชิงลึกและมีข้อมูลรองรับทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและเปิดประตูสู่ตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น

4. สร้าง “อัตลักษณ์” จนกลายเป็น กลิ่นประจำชาติ
ความฝันสำคัญอีกด้านของอุตสาหกรรมใบเตย คือการผลักดันให้ “กลิ่นใบเตย” กลายเป็นเอกลักษณ์ระดับสากล เหมือนเช่นที่วานิลลาเป็นสัญลักษณ์ความหอมในโลกขนมหวาน หากทำได้ ใบเตยไทยจะไม่ใช่แค่สินค้า แต่จะกลายเป็น Soft Power ด้านกลิ่นรส ที่คนทั่วโลกจดจำ

เงื่อนไขสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดส่งออก
แม้โอกาสจะเปิดกว้าง แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการปลูก (GAP / Organic) มาตรฐานโรงงานแปรรูป (GHP / HACCP) รวมถึงความโปร่งใสของกระบวนการผลิต ทั้งหมดคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ต่างประเทศเชื่อมั่น และทำให้ใบเตยไทยก้าวสู่ตลาดโลกอย่างมั่นคง

“ใบเตย” ไม่ได้เป็นเพียงสมุนไพรใกล้ตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นพืชศักยภาพสูงที่สามารถต่อยอดเชิงเศรษฐกิจได้ในหลายมิติ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และสุขภาพ หากมีการพัฒนามาตรฐานที่เข้มแข็ง ควบคู่กับนวัตกรรมและการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน วันหนึ่ง “ใบเตยไทย” อาจกลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่โลกต้องการ และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเกษตรไทย

สำหรับท่านที่สนใจอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรืออยากเลือกชมผลิตภัณฑ์ สามารถติดตามและติดต่อได้ผ่านทาง Facebook Page : เตยย์ – ผงใบเตยพรีเมียมจากประเทศไทย | Thai Premium Pandan แหล่งรวมเรื่องราวของใบเตยและผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อใครที่อยากสัมผัสคุณค่าของสมุนไพรไทยในรูปแบบใหม่

ตกลง