หลายคนมีความฝันอยากเป็นนายตัวเอง ที่ไม่ต้องทำงานประจำไปจนถึงวัยเกษียณ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร มีเวลาอิสระ หนึ่งในนั้นเขาประสบความสำเร็จจาก ‘ธุรกิจการเกษตร’ ที่ เริ่มต้นจากศูนย์ โดยอดีตเขาเป็นหนุ่มวิศวะที่กลับมาพลิกโฉมพื้นที่ 2 ไร่ของตัวเอง ด้วยแนวคิด ‘ผู้ประกอบการในการทำเกษตร’ ที่จะสร้างรายได้จากพื้นที่ตรงนี้ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด
คุณพันธ์-คำพันธ์ แก้วมา เจ้าของ สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม จุดเริ่มต้นมาจากอยากมีธุรกิจที่เป็นของตัวเอง คุณพันธ์มีความคิดแรกเริ่มว่า ตนเองมีที่ดินแต่เป็นต้นทุนพื้นฐาน แต่จะทำอย่างไงให้ก่อเกิดรายได้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่กลับไปพัฒนาที่ดินและผันตัวทำเกษตรตามแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่มีการจัดสรรพื้นที่แบ่งเป็น 4 ส่วน โดยส่วนที่หนึ่งเป็นบ่อกักเก็บน้ำ 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกข้าว 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ 30 เปอร์เซ็นต์ และที่อยู่อาศัย 10 เปอร์เซ็นต์ ใน 1 พื้นที่
คุณพันธ์ เล่าว่า “แนวคิดนี้เกิดจากประสบการณ์ที่ผมเคยทำงานในบริษัทญี่ปุ่น และได้เห็นว่าเกษตรกรญี่ปุ่นมองตัวเองเป็นผู้ประกอบการ ไม่ใช่แค่คนปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์และวางแผนการผลิตอย่างจริงจัง ผมเลยตระหนักว่า ถ้าจะทำเกษตรให้ยั่งยืน เราก็ต้องคิดแบบเจ้าของธุรกิจ วางแผนตั้งแต่แรกว่าพื้นที่ของเราจะผลิตอะไรได้บ้าง”
คุณพันธ์เลือกใช้ เกษตรทฤษฎีใหม่ เพราะมันเหมาะกับพื้นที่ของเรามากที่สุด มีทั้งบ่อน้ำ นาข้าว บ้านพัก แปลงผัก และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้สามารถลดรายจ่ายได้โดยธรรมชาติ เพราะสิ่งที่เราผลิตสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
หัวใจสำคัญของการออกแบบพื้นที่เกษตร คือ การทำให้ทุกอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น บ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่ถ้ามีแปลงผักรอบบ้าน เราก็มีอาหารกิน ลดค่าใช้จ่าย แถมยังสร้างกิจกรรมให้ครอบครัวมีความสุข และต่อยอดสู่การขายได้อีก นี่คือเสน่ห์ของฟาร์มขนาดเล็กที่ออกแบบมาอย่างลงตัว
1 ไร่ สร้างรายได้ได้จริง แค่รู้จักวางแผน แม้จะมีพื้นที่เพียง 1 ไร่ แต่ถ้าบริหารจัดการดี ก็สามารถสร้างรายได้ได้แน่นอน
ถ้าปลูกผักขาย พื้นที่เล็กๆ ควรเน้นลดภาระหนี้สิน และมีบ้านอยู่ในพื้นที่เลย จะได้ลดต้นทุนและใช้ประโยชน์จากที่ดินเต็มที่ ปลูกผักสัก งาน-สองงาน แล้วหาตลาดส่งประจำ ทำรายได้วันละ 100-200 บาท ก็พออยู่ได้แบบสบายๆ
ถ้าทำฟาร์มคาเฟ่ ก็ต้องออกแบบให้ดี ยิ่งพื้นที่เล็ก ยิ่งต้องบริหารต้นทุนให้คุ้มค่าที่สุด ข้อดีของพื้นที่เล็กคือ ต้นทุนการจัดการต่ำ ถ้าจัดการดี คนก็มาเที่ยวได้ เราก็มีรายได้
เกษตร = ความอยู่รอด
มนุษย์อยู่ได้เพราะมีอาหาร และอาหารส่วนใหญ่ก็มาจากเกษตร เพราะฉะนั้น การทำเกษตรอยู่รอดแน่นอน แต่จะรอดแบบมีรายได้หรือไม่ ตรงนี้ต้องวางแผนให้ดี
เป้าหมายของคุณพันธ์ภายใน 3 ปี หลังจากที่เริ่มลงมือทำอย่างจริงจัง ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า “ต้องทำรายได้วันละ 1,000 บาท ผมคุยกับแฟนตรงๆ ว่า “ถ้าไม่มีหนี้ วันละพันอยู่ได้ไหม?” คำตอบคือ “เหลือๆ” เพราะเดือนหนึ่งก็สามหมื่นแล้ว แต่ความท้าทาย คือ จะทำรายได้วันละพันจากพื้นที่เพียง 2 ไร่ได้ยังไง?
โดยคุณพันธ์ได้วางแผนเป็นขั้นบันได ดังนี้
ปีแรก โฟกัสที่การลดรายจ่ายให้มากที่สุด
ปีที่สอง ตั้งเป้าให้มีรายได้วันละ 300 บาท
ปีที่สาม เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 500 บาท
แล้วค่อยๆ ต่อยอดไปถึงเป้าหมาย 1,000 บาทต่อวัน
กลยุทธ์การตลาดต่อยอดให้ถูกจุด ปั้นโมเดลธุรกิจให้โตไว
ถ้าคิดแค่ปลูกผักแล้วเอาไปขาย พื้นที่เล็กๆ คงไม่พอจะผลิตในปริมาณที่ส่งขึ้นเชลฟ์ร้านใหญ่ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนแนวคิดมาทำ ฟาร์มทูเทเบิ้ล (Farm to Table) เราสามารถดึงคนเข้ามาหาเราแทน เช่น เปิดเป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่ เมื่อคนเข้ามา เราก็ใช้วัตถุดิบจากฟาร์มมาปรุงอาหารขายตรงนั้นเลย
อีกแนวทางคือ ถ้าไม่อยากทำฟาร์มคาเฟ่หรือฟาร์มสเตย์ ก็ต้องคิดให้รอบคอบว่าจะปลูกอะไรเพื่อขาย และต้องมี จุดเด่น ที่ทำให้สินค้าของเราต่างจากคนอื่น
ตลาดนำการผลิต คือแนวทางที่เราใช้ ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นแค่คนปลูกผักส่งขาย แต่เป็น ผู้จัดการพื้นที่เกษตร เราเน้นปลูกหลากหลายแต่ปริมาณไม่มาก แล้วนำไปใช้ในร้านอาหารของตัวเอง ทุกอย่างถูกใช้ประโยชน์สูงสุด ผักที่ปลูกไม่ต้องส่งขายเยอะ แต่ถูกนำมาใช้ปรุงอาหารและเสิร์ฟลูกค้าทันที
การแปรรูปที่ดีที่สุดคือแปรรูปเป็นอาหาร จุดเด่นของอาหารคือ ลอกกันไม่ได้ แม้แต่ไข่เจียว แต่ละคนทอดก็ยังอร่อยไม่เหมือนกัน ถ้าเราทำอาหารอร่อย นั่นแปลว่าเราสามารถสร้างแบรนด์และต่อยอดเป็นธุรกิจฟาร์มทูเทเบิ้ลได้
พิซซ่าเตาดิน
ตอนนี้มีหน้าร้านทั้งหมด 3 สาขาด้วยกัน ซึ่งเมนูของแต่ละสาขาแตกต่างกันไป บางที่เน้นอาหารไทยอย่างส้มตำ บางที่มีแค่พิซซ่ากับสปาเก็ตตี ซึ่งวัตถุดิบทุกอย่างล้วนมาจากผักที่ปลูกเอง แถมยังสามารถนำมาทำเป็นท็อปปิ้งพิซซ่าหรือส่วนผสมอาหารอื่นๆ ได้อีก แนวคิดนี้ช่วยให้เราลดการซื้อวัตถุดิบจากข้างนอก สร้างมูลค่าเพิ่ม และทำให้ฟาร์มเล็กๆ ของเรากลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้
3 ปัจจัยสำคัญ สู่ความสำเร็จในการทำเกษตร
ถ้าอยากทำเกษตรให้สำเร็จ มี 3 สิ่งที่ต้องคิดให้รอบคอบ คือ ทุน ระยะทาง และเวลา ถ้าจัดการ 3 ข้อนี้ได้ ไปได้ไกลแน่นอน
ทุน ถึงจะทำเกษตรพอเพียง แต่ก็ต้องมีทุนตั้งต้นบ้าง ต้นไม้ก็ต้องใช้เงินปลูก อุปกรณ์ก็ต้องมี
2. ระยะทาง ผมเลือกสร้างบ้านในฟาร์ม เพราะตื่นเช้ามาก็ลงมือทำได้ทันที ถ้าใครทำแค่เสาร์-อาทิตย์ แล้วต้องเดินทางไกลๆ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่รายได้ยังไม่มา แบบนี้ไปไม่รอด
3. เวลา ถ้าเรามีเวลาให้ฟาร์มมากพอ เราจะเห็นปัญหาและแก้ไขได้ทันที ไม่เหมือนคนที่แวะมาทำแค่ช่วงวันหยุด สุดท้ายก็ท้อเพราะไม่มีอะไรคืบหน้า
“ถ้าคุณสามารถจัดการ ทุน ระยะทาง และเวลา ได้ดี เพียงเท่านี้ก็มีโอกาสทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน” คุณพันธ์ กล่าว
หากสนใจแนวคิดการทำเกษตรแบบ “สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม” หรืออยากเข้าไปเยี่ยมชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 092-6957926 หรือเพจ “สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม”