กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการ โขง-เลย-ชี-มูล พลิกอีสานสู่ความมั่นคงทางน้ำ 1.3 ล้านไร่
16 มี.ค. 2569
7
0
กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการ
กรมชลประทานเผยความคืบหน้าโครงการ โขง-เลย-ชี-มูล พลิกอีสานสู่ความมั่นคงทางน้ำ 1.3 ล้านไร่

ท่ามกลางผืนดินอีสานที่คุ้นชินกับทั้งภาพความแห้งแล้ง และสายน้ำหลากในฤดูฝน จังหวัดขอนแก่นกลายเป็นจุดนัดพบของความหวังครั้งใหม่ เมื่อกรมชลประทาน เปิดความคืบหน้า โครงการบริหารจัดการน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 (หัวงานแนวผันน้ำ) ซึ่งกำลังวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) นี้ มุ่งแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยซ้ำซาก ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดยใช้ แรงโน้มถ่วงของโลก ปล่อยให้น้ำไหลไปตามธรรมชาติ ลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าในการสูบน้ำในระยะยาว และลดผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน โดยระบบอุโมงค์จะใช้เฉพาะช่วงที่ต้องลอดผ่านภูเขาหรือชุมชนหนาแน่น เพื่อรักษาแรงดันน้ำและข้ามสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ

ระยะที่ 1 นี้ ครอบคลุมการผันน้ำจากปากแม่น้ำเลย อ.เชียงคาน จ.เลย ผ่าน จ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี ปลายทางที่ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดยโครงการออกแบบให้ผันน้ำได้ 160 ลบม.ตอ วินาที คาดการณ์ปริมาณน้ำรวมกว่า 2,664.29 ล้าน ลบม. ต่อ ปี

ตัวเลขที่สะท้อนความหมายมากกว่าเพียงปริมาณน้ำ คือ "พื้นที่รับประโยชน์" รวมกว่า 1,333,512 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่สูบน้ำใน จ.หนองบัวลำภู 11,680 ไร่ พื้นที่เพาะปลูกรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ในฤดูแล้ง 60,600 ไร่ และพื้นที่ชลประทานจากลำน้ำพอง ต่อเนื่องลำน้ำชีอีกกว่า 1.26 ล้านไร่

นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน ระบุว่า โครงการนี้จะเปลี่ยนพื้นที่ขาดแคลนน้ำในภาคอีสานให้กลายเป็นเขตเกษตรกรรมสมัยใหม่ สร้างความมั่นคงทางน้ำตลอดทั้งปี และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างยั่งยืน

"โครงการโขง-เลย-ชี-มูล คือความพยายามสร้างความมั่นคงทางน้ำให้ภาคอีสานอย่างยั่งยืน เปลี่ยนพื้นที่ที่เคยเผชิญภัยแล้งซ้ำซาก ให้สามารถวางแผนเกษตรได้ตลอดทั้งปี เมื่อมีน้ำเพียงพอ เกษตรกรจะเพิ่มรอบการเพาะปลูก ยกระดับรายได้ และลดแรงกดดันจากหนี้สินได้อย่างเป็นรูปธรรม

จุดเด่นคือ การใช้แรงโน้มถ่วง (Gravity) ปล่อยให้น้ำไหลเองตามธรรมชาติ จึงช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในการสูบน้ำ ระบบอุโมงค์จะใช้เฉพาะช่วงที่ต้องลอดผ่านภูเขาหรือชุมชนหนาแน่น เพื่อรักษาแรงดันน้ำและข้ามสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ ลดการเวนคืนที่ดิน บางช่วงมีการออกแบบเป็นคลองเปิดเนื่องจากสภาพภูมิประเทศ และสภาพทางธรณีวิทยา ซึ่งช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง เมื่อเทียบกับการขุดอุโมงค์ทั้งหมด สามารถส่งน้ำปริมาณมากไปยังพื้นที่เกษตรได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ปัจจุบัน โครงการอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบรายละเอียด ยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้างหรือเวนคืนพื้นที่ เรามุ่งให้ทุกขั้นตอนโปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ"

ในมิติพลังงาน นายชาญณรงค์ จันทมงคล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ รองรับช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง และทำให้การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งด้านการผลิตไฟฟ้า การชลประทาน และการควบคุมระดับน้ำในฤดูฝน

แต่สิ่งที่สะท้อนภาพอนาคตได้ชัดเจนที่สุด อาจไม่ใช่เพียงโครงสร้างอุโมงค์ใต้ภูเขา แต่คือเสียงจากชุมชนเล็ก ๆ ต.นาคำ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ที่มี 38 ครอบครัวอาศัยอยู่ ปัจจุบันมีเพียงประมาณ 5 ครอบครัวที่ยังทำการเกษตรได้เต็มศักยภาพ เพราะข้อจำกัดด้านแหล่งน้ำในฤดูแล้ง

นางพรทิพย์ ขามก้อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลนาคำ สะท้อนความคาดหวังว่า หากมีแหล่งน้ำเพียงพอ ชาวบ้านจะสามารถวางแผนการเกษตรได้ตลอดปี ลดปัญหาแรงงานอพยพ และสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว

เช่นเดียวกับนายเจษฎา ตันติบัญชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ ที่มองว่า โครงการระยะที่ 1 นี้ คือความหวังของความมั่นคงทางน้ำ ซึ่งจะต่อยอดไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

บนแผนที่อีสาน เส้นทางน้ำสายใหม่นี้อาจยังอยู่ในขั้นการออกแบบและวางระบบ แต่สำหรับหลายครอบครัว มันคือภาพอนาคตที่เริ่มชัดขึ้น อนาคตที่คำว่า "น้ำ" ไม่ใช่ความกังวล หากคือรากฐานของชีวิตและโอกาสที่มั่นคงกว่าเดิม

 

ตกลง