พลิกโฉมนาไทย! กรมการข้าว ผนึก พาณิชย์ ลุย "ตลาดนำการผลิต" ปั้น 200 ชุมชนอัปราคาข้าว!
27 เม.ย. 2569
14
0
พลิกโฉมนาไทย!กรมการข้าวผนึกพาณิชย์ลุย
พลิกโฉมนาไทย! กรมการข้าว ผนึก พาณิชย์ ลุย "ตลาดนำการผลิต" ปั้น 200 ชุมชนอัปราคาข้าว!

วงการข้าวไทยมีความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่สำคัญเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนา เมื่อสองกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจและการผลิต ได้ประกาศบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ครั้งที่ 1/2569 ณ จ.พระนครศรีอยุธยา
.
พาณิชย์กางแผนเจาะตลาดโลก ชูแนวคิด "ผลิตในสิ่งที่โลกต้องการ" นางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายโดยเน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์ "ตลาดนำการผลิต" เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ โดยระบุว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมเป็นทัพหน้าในการหาตลาด ผ่านการเร่งผลักดันการค้าระหว่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) และการเดินหน้าเปิดตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา ยุโรป และแอฟริกา
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายบูรณาการการจัดซื้อของภาครัฐ โดยจะกำหนดให้มีสัดส่วนสินค้าเกษตร (เช่น ข้าว) รวมอยู่ในข้อตกลง เพื่อเพิ่มช่องทางการระบายผลผลิตให้เกษตรกรโดยตรง
.
ตั้งเป้าปั้น 200 ชุมชนเกษตร บริหารจัดการเองตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ นางสาวศุภจี ยังเปิดเผยถึงแผนการสนับสนุนเชิงโครงสร้าง โดยตั้งเป้าหมายยกระดับชุมชนเกษตรนำร่องจำนวน 200 ชุมชน (รวมถึงกลุ่มนาแปลงใหญ่) ให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ผ่านการสนับสนุนเครื่องมือที่จำเป็น อาทิ เครื่องสีข้าว เครื่องอบลดความชื้น และเครื่องบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ชาวนาสามารถสร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าสินค้าได้เอง
พร้อมกันนี้ ได้เตรียมประสานงานเพื่อช่วยเหลือด้านสินเชื่อ การลดต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง รวมถึงการส่งเสริมให้ชาวนาใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าด้วยการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นเสริมรายได้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถ "รอจังหวะขาย" ในช่วงที่ได้ราคาดีที่สุด
.
กรมการข้าวรับลูก ดัน "ข้าวพรีเมียม-คาร์บอนต่ำ" พร้อมอุดหนุนปัจจัยผลิต ทางด้าน นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ได้กล่าวถึงแนวทางการทำงานในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า กรมการข้าวพร้อมบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสนับสนุนฝั่งการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
นายอานนท์ ระบุว่า กรมฯ กำลังเร่งขับเคลื่อนนโยบายเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวไทยในหลายมิติ ได้แก่
* การผลิตข้าวเฉพาะกลุ่มที่ตลาดโลกต้องการสูง: เช่น โครงการข้าวปราณีต, ข้าวคาร์บอนต่ำ (ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก), ข้าวอัตลักษณ์พื้นถิ่น (GI) และข้าวเพื่อสุขภาพ
* การลดต้นทุนและดูแลแปลงนา: กรมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ประจำทุกจังหวัดลงพื้นที่ให้คำแนะนำแบบเจาะลึก ทั้งเรื่องดิน น้ำ โรคพืช และแมลง พร้อมสนับสนุนโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และสารชีวภัณฑ์
* การบูรณาการข้ามหน่วยงาน: ร่วมมือกับกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน ธ.ก.ส. และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อบริหารจัดการน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างอุทกภัย
วิเคราะห์ทิศทาง: การจับมือกันครั้งนี้ถือเป็นการแบ่งบทบาทที่ชัดเจน เมื่อ "กระทรวงพาณิชย์" ทำหน้าที่หาตลาดและสร้างมูลค่า ส่วน "กระทรวงเกษตรฯ" ทำหน้าที่สนับสนุนปัจจัยการผลิตและองค์ความรู้ หากสามารถปฏิบัติได้จริงตามกรอบนโยบายนี้ จะถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนวิถีชาวนาไทย จากผู้รอคอยราคาตลาด สู่การเป็นผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าคุณภาพตรงตามที่ตลาดโลกยอมจ่ายในราคาสูง

ตกลง