วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น.นายสุขุมวิท สุขพันธุ์ถาวร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสระบุรี มอบหมายให้ นางสาวนันทกา แสงจันทร์ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร พร้อมด้วย นางสาวทิพย์วรรณ นันใจยะ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ติดตามรับชมรายการ “อัปเดตเกษตรนำ” ประจำวันที่ 17 มีนาคม 2569 ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินการขับเคลื่อนงานสำคัญและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินรายการ โดยนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วย นายวสันต์ รื่นรมย์ นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง และนายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก ในหัวข้อ “มาตรการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก”
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กล่าวถึง มาตรการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาล ผลิตผลไม้ เริ่มตั้งแต่เดือน มีนาคมถึงกรกฎาคม 2569 ซึ่งข้อมูลจากการคาดการณ์สถานการณ์การผลิตผลไม้ ปี 2569 ระบุว่าปริมาณผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออก 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา
จากนั้น นายวสันต์ รื่นรมย์ นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดระยองฯ ได้กล่าวถึง สถานการณ์ผลไม้ภาคในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 ว่ากำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลเก็บเกี่ยวอย่างเป็นทางการ ซึ่งภาพรวมผลผลิตปีนี้ถือว่ามีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งคาดว่าจะมีผลผลิตเฉพาะภาคตะวันออกสูงขึ้น สาเหตุหลักมาจากเนื้อที่ปลูกใหม่เริ่มให้ผลผลิตปีแรกเป็นจำนวนมาก สภาพอากาศในช่วงต้นปีที่เอื้ออำนวย และเกษตรกรยังทำบทบาทอาสาสมัครเฝ้าระวังการแอบตัดทุเรียนก่อนถึงฤดูกาล ป้องกันไม่ให้ทุเรียน จากพื้นที่อื่น ที่อาจด้อยคุณภาพมาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทั้งในและต่างประเทศ
พร้อมทั้ง ได้พูดถึงการเลือกซื้อทุเรียนอย่างไรให้ได้คุณภาพและประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน ร่วมงานฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2569 ซึ่งงานที่จะจัดขึ้นนั้นจะได้เห็นคุณภาพและรสชาติที่ดีของผลไม้ภาคตะวันออก ที่เกษตรกรชาวจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ตั้งใจปลูกและควบคุมผลผลิตให้มีคุณภาพก่อนส่งตรงถึงมือผู้บริโภค
ทั้งนี้ นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กล่าวทิ้งท้าย ว่าบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกเพื่อยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยทั้งระบบ ทำให้มั่นใจได้ว่าทุเรียนคุณภาพดีที่จะออกมาถึงมือผู้บริโภคทั้งในประเทศและตลาดส่งออก ซึ่งหากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอย่างเข้มข้นก็จะสามารถรักษามาตรฐานทุเรียนคุณภาพของไทยอย่างยั่งยืนต่อไป