วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น.นายสุขุมวิท สุขพันธุ์ถาวร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสระบุรี มอบหมายให้ นางวิไลวรรณ กายาผาด หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีหญิงณัฐกาญจน์ ปัญญาประสิทธิ์ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เข้าร่วมพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2569 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อชาติไทยและประชาชนชาวไทย โดยมีนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ จังหวัดสระบุรี องค์กรเอกชน รัฐวิสาหกิจ ประชาชน เข้าร่วมพิธี อย่างพร้อมเพรียงกัน ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเป็นวีรกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศมีพระอัจฉริยภาพและฝีพระหัตถ์ในทางการรบทรงตรากตรำ พระวรกายในการทำศึกสงครามตลอดพระชนม์ชีพโดยไม่ได้ว่างเว้น ตั้งแต่พระชนมายุ 16 พรรษา ทรงสามารถขับไล่กองทัพพระยาจีนจันตุจนแตกพ่ายไป ในปีพุทธศักราช 2124ทรงยกกองทัพเข้าตีเมืองคังที่ตั้งอยู่บนเขาสูงและได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย ปีพุทธศักราช 2127 ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ว่า “ตั้งแต่บัดนี้ กรุงศรีอยุธยาขาดทางไมตรีกับกรุงหงสาวดีไม่ได้เป็นมิตรกันดังแต่ก่อนต่อไป” จากนั้นได้กรีฑาทัพเข้าสู่ชานเมืองหงสาวดี รวบรวมคนไทยกลับมาได้และสามารถใช้พระแสงปืนยาวยิงข้ามแม่น้ำสะโตงถูกแม่ทัพของพม่าเสียชีวิตอยู่บนคอช้าง ทำให้พม่าถอยทัพกลับไป โดยพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงจัดอยู่ในพระแสงอัษฎาวุธเป็นเครื่องราชูปโภคของพระมหากษัตริย์สืบมาจนบัดนี้ ในปีพุทธศักราช 2133 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นครองราชย์ พระเจ้านันทบุเรงจึงยกทัพเข้าตีกรุศรีอยุธยาครั้งใหญ่ พระองค์ทรงเปลี่ยนยุทธวิธีการรบจากตั้งรับมาเป็นฝ่ายรุกทำให้พระยาพุกามตายในที่รบ พระยาพะสิมถูกจับ ส่วนพระมหาอุปราชาถอยหนีไป ในวันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำสงครามยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชาจนได้รับชัยชนะทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี ปีพุทธศักราช 2148 พระเจ้าอังวะขยายอาณาเขตเข้ามาทางแคว้นไทยใหญ่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทัพไปยังเมืองห้างหลวงและประชวรหนักจนเสด็จสวรรคต ณ วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็งพุทธศักราช 2148 พระชนมายุ 50 พรรษา อยู่ในราชสมบัติ 15 ปี