สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์  
31 ก.ค. 2569
28
0
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์  

 

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 - 13.30 น. ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ

     นางสาววันลีย์ เจริญวิทย์ธนเดช เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ นางสาวณัฐฐิญา สุทธภักดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร พร้อมด้วย นางสาวเบญญาภา กุลดิถี เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารดังนี้

     1. กรมปศุสัตว์ชี้แจง จีนยื่นขอเปิดตลาดเนื้อสัตว์ปีก แค่ขั้นตอนเริ่มต้น ย้ำยังไม่อนุญาตนำเข้า เป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นของการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงตามหลักวิชาการ ยืนยันทุกขั้นตอนจะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ผลประโยชน์ของเกษตรกร และประเทศชาติเป็นสำคัญ

        กรมปศุสัตว์ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการที่ทางการจีนแสดงความประสงค์ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง เนื้อสัตว์ปีกปรุงสุก และผลิตภัณฑ์พลอยได้จากสัตว์ปีก เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยระบุว่า  ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีที่สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) แสดงความประสงค์ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง เนื้อสัตว์ปีกปรุงสุก รวมถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้จากสัตว์ปีก เช่น ตับไก่ ตับห่าน เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนั้น เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจจะเกิดขึ้นในสังคม กรมปศุสัตว์ขอนำเรียนข้อเท็จจริงว่ากรมปศุสัตว์ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก GACC ผ่านทางสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งความประสงค์ยื่นคำขอส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ฯ ของจีนส่งออกมายังประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2569 โดยคำขอดังกล่าว ถือเป็นเรื่องปกติของการค้าระหว่างประเทศตามกรอบขององค์การการค้าโลก (WTO) โดยมีหลักการพื้นฐานสำคัญ คือ การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้การค้าระหว่างประเทศมีความเสรี และเป็นธรรม

          สำหรับสถานะคำขอเปิดตลาดเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ฯ ของ GACC นี้ ทางกรมปศุสัตว์ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบคำขอตามระเบียบมาตรฐานปฏิบัติเช่นเดียวกับคำขอจากประเทศคู่ค้าอื่นๆ ทั่วโลก โดยปัจจุบัน ขั้นตอนตรวจสอบยังอยู่ในระยะเริ่มแรก คือ กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินขอข้อมูลรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ประกอบคำขอเปิดตลาดฯ จาก GACC เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก โดยยึดตามกฎระเบียบของประเทศไทย และตามหลักสากลด้านคุณภาพและมาตรฐานสุขอนามัยสัตว์ (SPS) ทั้งการตรวจด้านเอกสาร และการตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิตจริง โดยมีคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของกรมปศุสัตว์เป็นผู้ตรวจประเมินความเสี่ยงทั้งสองด้าน

        ซึ่งกระบวนการดังกล่าว ยังมีระยะเวลาที่ห่างไกลจากขั้นตอนการพิจารณา ว่าจะให้มีการนำเข้าสินค้าหรือไม่ โดยหลังจากขั้นตอนทางเอกสาร กรมปศุสัตว์ยังต้องดำเนินการตามระเบียบในอีกหลายขั้นตอน โดยเฉพาะการพิจารณาความปลอดภัยทั้งจากโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคไข้หวัดนก รวมถึงสารตกค้างต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์และผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบสูงสุด เนื่องจากประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก

        ทั้งนี้ ในการดำเนินการใดๆ กรมปศุสัตว์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ความมั่นใจต่อสาธารณชนว่า จะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรและประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นสำคัญ

     2. เอกสารสิทธิที่ออกโดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ชำรุด-สูญหาย

         2.1 กรณีเอกสารชำรุด ชำรุดในสาระสำคัญ เช่น ชื่อ-สกุล เกษตรกร, ชื่อผู้มีอำนาจออก ส.ป.ก. 4-01 หรือโฉนดเพื่อการเกษตร, เลขสารสารบัญทะเบียนที่ดิน, รูปแผนที่, ใบต่อสารบัญทะเบียนที่ดินและใบต่อรูปแผนที่ กรณีเกษตรกร ต้องยื่นคำขอออกใบแทน ที่ ส.ป.ก.จังหวัด โดยแนบเอกสาร ดังนี้ 1) ส.ป.ก. 4-01 หรือ โฉนดเพื่อการเกษตร ที่ชำรุด 2) บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง เจ้าหน้าที่ จะตรวจสอบว่าชำรุดในสาระสำคัญหรือไม่ ถ้าไม่ชำรุด ให้ยกคำขอ ถ้าชำรุด ให้ดำเนินการออกใบแทน และเมื่อออกใบแทนแล้วให้จัดทำสำเนาคู่ฉบับประทับตรา

         2.2 กรณีสูญหาย รวมถึงกรณีเอกสารเป็นอันตราย เช่น ถูกไฟไหม้จนเป็นธุลี หรือถูกสัตว์หรือแมลงกัดกินจนไม่เหลือ เกษตรกร ต้องยื่นคำขอออกใบแทน ที่ ส.ป.ก.จังหวัด โดยแนบเอกสาร หลักฐานการแจ้งความ และบัตรประชาชนตัวจริง เจ้าหน้าที่ จะทำการสอบสวนผู้ยื่นคำขอ เมื่อฟังได้ว่าสูญหายจริงไห้ ส.ป.ก.จังหวัด ออกประกาศแจ้งการสูญหายของเอกสารให้ทราบโดยทั่วกัน และกำหนดเวลาให้คัดค้านโดยปิดประกาศ ณ ส.ป.ก.จังหวัด, ที่ว่าการอำเภอ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ที่ทำการกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน และบริเวณที่ดินแห่งละ 1 ฉบับ มีกำหนดเวลาอย่างน้อย 30 วัน และ ถ้ามีการคัดค้านก็ให้พิจารณาคำคัดค้านให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน

         กรณีมีผู้คัดค้าน ให้ผู้คัดค้านแสดงหลักฐานและเหตุผลในการคัดค้าน หากสามารถแสดงถึงหลักฐานการมีอยู่ของเอกสารได้ ให้ยกคำขอออกใบแทนนั้น แต่ถ้าไม่มีหลักฐานและเหตุผลในการคัดค้าน ก็ให้ดำเนินการออกใบแทน

        คำเตือน ถ้าหากเอกสารสิทธิ์ไม่ได้สูญหายจริงๆ แล้วนำหลักฐานการแจ้งความมาดำเนินการออกใบแทนฯ จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ขอบคุณที่มาข้อมูล : กลุ่มเจรจาและระงับข้อพิพาท สำนักกฎหมาย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

     3. เทคนิค "ปุ๋ย 4 ถูก" ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 4 หลักสำคัญ ดังนี้ 1) ถูกชนิด : เลือกชนิดหรือสูตรปุ๋ยให้เหมาะกับชนิดพืช ระยะการเจริญเติบโต และสภาพดิน ควรใช้ผลการวิเคราะห์ดินเป็นข้อมูลประกอบการเลือกสูตรปุ๋ย 2) ถูกอัตรา : ใส่ปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของพืช ไม่ใส่มากเกินไป เพราะสิ้นเปลืองและอาจทำให้พืชเสียหาย รวมทั้งก่อให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหาร 3) ถูกเวลา : ใส่ปุ๋ยในช่วงที่พืชต้องการธาตุอาหารมากที่สุด เช่น ระยะเจริญเติบโต ระยะแตกกอ ออกดอก หรือสร้างผล ตามชนิดของพืช 4) ถูกวิธี : ใส่ปุ๋ยในตำแหน่งที่รากพืชสามารถดูดซึมได้ดี เช่น หว่านรอบทรงพุ่ม โรยเป็นแถว หรือฝังกลบเล็กน้อย เพื่อลดการสูญเสียจากการระเหิดหรือการชะล้าง

     4. เตือนภัยการเกษตร แนวทางการป้องกันแก้ไขด้วงหนวดยาวในทุเรียน เป็นแมลงศัตรูสำคัญของทุเรียน โดยตัวเต็มวัยจะวางไข่ใต้เปลือกลำต้นและกิ่งใหญ่ ส่วนตัวหนอนจะชอนไชกินเนื้อเยื่อใต้เปลือก ทำให้ท่อน้ำและท่ออาหารถูกทำลาย ต้นทุเรียนทรุดโทรม ใบเหลือง ร่วง และอาจยืนต้นตายได้

        แนวทางการป้องกันและกำจัด ดูแลต้นทุเรียนให้แข็งแรง ใส่ปุ๋ยและให้น้ำอย่างเหมาะสม

ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ลดความอับชื้น หลีกเลี่ยงการทำให้ลำต้นเกิดบาดแผล เพราะเป็นจุดที่ด้วงชอบวางไข่ หมั่นสำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ ตรวจลำต้นและกิ่งใหญ่ทุก 1–2 สัปดาห์ หากพบขุยไม้ละเอียด มูลหนอน หรือมีของเหลวสีน้ำตาลแดงไหลออกจากลำต้น ให้รีบแกะเปลือกบริเวณนั้นและกำจัดตัวหนอนทันที กำจัดตัวเต็มวัย ใช้ไฟส่องจับในเวลากลางคืน (ประมาณ 20.00 น. เป็นต้นไป) ซึ่งเป็นช่วงที่ด้วงออกหากินและวางไข่ สามารถใช้ตาข่ายตาถี่พันรอบลำต้นเพื่อช่วยดักจับตัวเต็มวัยและลดการวางไข่ได้ กำจัดต้นที่เสียหายรุนแรง หากต้นถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นตัวหรือให้ผลผลิตได้ ควรตัดและนำไปทำลายนอกแปลงหรือเผาทำลาย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งแพร่พันธุ์ของแมลง ใช้สารป้องกันกำจัดเมื่อจำเป็น ในกรณีที่มีการระบาดรุนแรง สามารถพ่นสารกำจัดแมลงที่ขึ้นทะเบียนสำหรับทุเรียน เช่น กลุ่ม อิมิดาโคลพริด (Imidacloprid), โคลไทอะนิดิน (Clothianidin), อะซีทามิพริด (Acetamiprid) หรือ ไทอะมีทอกแซม/แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน โดยพ่นให้ชุ่มบริเวณลำต้นตั้งแต่โคนถึงกิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นจุดที่ด้วงชอบวางไข่ และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด

     5. เตือนภัยการเกษตร หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ศัตรูพืชสำคัญของข้าวโพด ทำลายข้าวโพดทุกระยะการเจริญเติบโต โดยเฉพาะระยะต้นอ่อนถึงระยะออกฝัก หากระบาดรุนแรงอาจทำให้ผลผลิตลดลง การป้องกันและกำจัด สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ ไถกลบเศษซากพืชหลังเก็บเกี่ยว

กำจัดวัชพืชที่เป็นพืชอาศัย การใช้ชีววิธี อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ เช่น แตนเบียนไข่ และแมลงห้ำ ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงหากพบการระบาดรุนแรง

     6. บทความด้านการเกษตร มหัศจรรย์หญ้าแฝก รากลึก ผนึกผืนดิน ความมหัศจรรย์ของหญ้าแฝกที่ช่วย "ผนึกผืนดิน" อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดจากคุณลักษณะเฉพาะตัวหลายประการ ระบบรากลึกมหัศจรรย์ ชอนไชลึกลงดิน รากของหญ้าแฝกไม่ได้แผ่กว้างออกไปข้างๆ เหมือนพืชทั่วไป แต่มุ่งเจริญเติบโตลงในแนวดิ่ง โดยสามารถหยั่งรากลึกได้ถึง 3–5 เมตร ชะลอน้ำและดักตะกอน และยังช่วยฟื้นฟูสภาพดิน

     7. เรื่องนี้มีคำตอบ กับกรมส่งเสริมการเกษตร คลินิกพืช หน่วยบริการที่ให้คำแนะนำการจัดการศัตรูพืช วินิจฉัยอาการผิดปกติของพืช สนับสนุนชีวภัณฑ์พื้นฐานที่จำเป็น ช่วยให้เกษตรกรมีความรู้ และสามารถแก้ไขปัญหาศัตรูพืชได้อย่างตรงจุด คลินิกพืชระดับจังหวัด ให้บริการที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัด คลินิกพืชระดับอำเภอ ให้บริการทีสำนักงานเกษตรอำเภอ การเข้ารับบริการ คลินิกพืช ต้องเตรียมอย่างพืชที่แสดงอาการผิดปกติ หรือแมลงที่พบในแปลงปลูก หรือภาพถ่ายพืช ที่แสดงอาการผิดปกติที่ชัดเจน การให้บริการดังกล่าว ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง