วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 - 13.30 น. ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ
นางสาววันลีย์ เจริญวิทย์ธนเดช เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ นางสาวเบญญาภา กุลดิถี เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารดังนี้
1. ARDA เปลี่ยน “ขี้ยาง” ราคาหลักสิบ สู่ “หวายเทียมรักษ์โลก” สร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
เพิ่มมูลค่ายางไทยกว่า 30 เท่า “ขี้ยาง” หรือยางก้อนถ้วยที่เกษตรกรเคยจำหน่ายได้เพียง 15 – 25 บาทต่อกิโลกรัม วันนี้ได้รับการพัฒนาผ่านโครงการวิจัยที่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA สนับสนุนทุนจนกลายเป็น “เส้นหวายเทียมจากยางธรรมชาติ”วัสดุนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งมูลค่าสูง ช่วยยกระดับราคารับซื้อยางก้อนถ้วยเป็น 30 – 50 บาทต่อกิโลกรัม และเพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่การผลิตจากยางก้อนถ้วยสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางได้มากกว่า 30 เท่า สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยในการเปลี่ยนวัตถุดิบราคาต่ำให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่สร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจใหม่
โครงการ “การขยายผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นหวายเทียมกลิ่นหอม ทนเชื้อรา แบคทีเรีย แสงแดด และรังสียูวี จากยางธรรมชาติผสมเทอร์โมพลาสติก” ซึ่ง ARDA สนับสนุนทุนวิจัยแก่ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี โดยมี นายอัรฟัน หะสีแม เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งเริ่มจากการที่คณะนักวิจัยลงพื้นที่ศึกษาปัญหาของเกษตรกรในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่จำหน่ายยางก้อนถ้วยในราคาต่ำ ขณะที่วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเครื่องจักสานกลับประสบปัญหาขาดแคลนหวายธรรมชาติและมีต้นทุนสูง ทางคณะวิจัยฯ จึงพัฒนา “เส้นหวายเทียมจากยางธรรมชาติ” เพื่อเป็นวัตถุดิบทดแทนที่ผลิตได้ภายในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราไทย
2. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) สั่งบุกยึดอาหารสุนัข – แมว เถื่อน 68 ตัน ลอบนำเข้าจากจีนขายออนไลน์
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” สนธิกำลังกรมปศุสัตว์ กรมศุลกากร และตำรวจสอบสวนกลาง บุกตรวจค้นคลังสินค้าใหญ่ จังหวัดสมุทรสาคร และ จังหวัดสมุทรปราการ หลังได้รับการร้องเรียนเรื่องการขายอาหารสุนัข - แมว ไม่มีทะเบียนลักลอบนำเข้า มาจำหน่ายทางออนไลน์ในประเทศไทย โดยไม่มีการขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ และไม่มีใบอนุญาตนำเข้า จึงตรวจยึดอายัดของกลางเป็นอาหารสุนัข - แมว น้ำหนักรวมกว่า 68 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท ส่งดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ตามฐานความผิด ทั้ง พรบ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ และ พรบ. ศุลกากร อย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องความปลอดภัย ที่เสี่ยงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของสุนัขและแมว และเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค
ผลจากการตรวจค้นคลังสินค้าทั้ง 2 แห่ง พบอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นอาหารสัตว์ที่ระบุแหล่งผลิตจากประเทศจีน ไม่มีการขออนุญาตนำเข้าจากกรมปศุสัตว์ จึงเป็นการนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้ขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์กับกรมปศุสัตว์จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้ยึดอายัดของกลางเป็นอาหารสุนัขและแมว รวม 118 รายการ น้ำหนักรวมกว่า 68,680 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท แบ่งเป็น คลังสินค้า จ.สมุทรสาคร จำนวน 67 รายการ น้ำหนัก 17,651 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท และ คลังสินค้า จ.สมุทรปราการ จำนวน 51 รายการ น้ำหนักกว่า 51,028 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 23 ล้านบาท พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียด ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ในความผิดฐานนำเข้าอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ข้อหาการนำของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือนำเข้าของต้องกำกัดโดยไม่มีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามฐานความผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะสืบสวนขยายผลเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทผู้กระทำความผิดและเส้นทางการลักลอบนำเข้า ต่อไป
3. สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ โดยกลุ่มอารักขาพืช ออกประกาศแจ้งเตือนการระบาดศัตรูพืช ประจำเดือนสิงหาคม 2569 เตือนชาวนาในพื้นที่ให้เฝ้าระวัง
1) โรคไหม้ข้าว (Rice Blast) ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Pyricularia oryzae ในระยะข้าวแตกกอถึงออกรวง ลักษณะอาการ เริ่มเกิดจุดสีน้ำตาลเล็กๆ บนใบ แล้วขยายเป็นรูปตาหรือกระสวย ตรงกลางสีเทา ขอบสีน้ำตาล หากเกิดบริเวณข้อต่อใบหรือคอรวง จะทำให้รวงแห้งหัก (โรคคอรวงเน่า) ปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดโรค สภาพอากาศ อุณหภูมิกลางคืนเย็นประมาณ 20-25°C กลางวันร้อน ความชื้นสัมพัทธ์สูง ฝนตกปรอยๆ และใบข้าวเปียกชื้นนานกว่า 10 ชั่วโมง การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนปริมาณสูง ทำให้ต้นข้าวโตเร็ว ใบเขียวเข้ม อ่อนนุ่ม ผนังเซลล์บาง เชื้อราเจาะได้ง่าย ความหนาแน่น หว่านเมล็ดพันธุ์หนาแน่นมากกว่า 15-20 กิโลกรัมต่อไร่ ทำให้กอข้าวชิด อับลม เชื้อราสะสมและแพร่กระจายเร็ว พันธุ์ข้าวที่อ่อนแอต่อโรค ขาวดอกมะลิ 105, กข6, กข23 และเหนียวสันป่าตอง
แนวทางการป้องกันและกำจัด ใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น ปทุมธานี 1, สุพรรณบุรี 1, ชัยนาท 1, พิษณุโลก 1, กข75 และธัญสิริน จัดการด้านเขตกรรม อัตราเมล็ดพันธุ์ 15-20 กิโลกรัมต่อไร่, ใส่ปุ๋ยและซิลิกา (Silica) ในปริมาณที่เหมาะสม, ควบคุมระดับน้ำในนา ไม่ปล่อยให้นาแห้งเพราะโรคจะระบาดรุนแรง ใช้ชีววิธี (Biocontrol) แช่เมล็ดพันธุ์หรือพ่นนาข้าวด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือเชื้อบีเอส ทุก 10-15 วัน เมื่อพบอาการของโรค ใช้สารเคมี คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยคาซูกาไมซิน หรือไตรไซคลาโซล หากพบการระบาดในระยะข้าวท้องและเริ่มออกรวง ให้ฉีดพ่นด้วยไตรไซคลาโซล หรืออีดิเฟนฟอส
2) โรคขอบใบแห้งในข้าว (Bacterial Leaf Blight) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae โดยสามารถระบาดได้ตั้งแต่ระยะกล้าจนถึงออกรวง และระบาดได้อย่างรวดเร็วในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูงรวมถึงมีลมพัดแรง ลักษณะอาการ เริ่มพบอาการบนใบข้าว แผลเริ่มจากจุดฉ่ำน้ำบริเวณขอบใบ และขยายตัวเป็นทางสีเหลืองตามยาว ขอบใบเริ่มแห้งและขยายวงกว้างขึ้น พบหยดน้ำสีครีมคล้ายยางสนบริเวณแผล ระยะแตกกอเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ปัจจัยการระบาดและความเสี่ยง พันธุ์ข้าวที่อ่อนแอ ข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 (อ่อนแอมาก) ความหนาแน่น ปลูกข้าวหนาแน่นเกินไป การใช้ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินความจำเป็น การจัดการน้ำ ระบายน้ำออกจากแปลงที่เป็นโรคไหลไปสู่แปลงอื่น
แนวทางการป้องกันและกำจัด สำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ ใช้หลักบริหารจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) ไม่ปลูกข้าวหนาแน่นเกินไป หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินความจำเป็น ห้ามระบายน้ำจากแปลงที่เป็นโรคสู่นาแปลงอื่น เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะพันธุ์อ่อนแอ (ขาวดอกมะลิ 105) และใช้สารป้องกันกำจัดตามอัตราแนะนำบนฉลาก เช่น ไอโซโพรไทโอเลน คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ ไตรเบสิคคอปเปอร์ซัลเฟต
3) โรคใบจุดสีน้ำตาลในข้าว (Brown Spot) ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Bipolaris oryzae โดยมักระบาดรุนแรงในนาข้าวที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ ปลูกข้าวต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือใส่ปุยไนโตรเจนสูงเพียงอย่างเดียว พบได้บ่อยทั้งในนาข้าวรื่น นาน้ำฝน และนาชลประทาน ลักษณะอาการและการแพร่ระบาด อาการบนใบ พบจุดสีน้ำตาลรูปกลมหรือวงรี ขนาด 1-2 x 4-10 มม. มีวงสีเหลืองล้อมรอบ พบมากในระยะแตกกอ แผลกระจายคล้ายรอยเปื้อนสนิมทั่วทั้งใบ อาการบนเมล็ด เมล็ดข้าวเปลือกด่าง สกรปก ดำ และเมล็ดข้าวสารหักง่ายเมื่อนำไปสี (โรคเมล็ดด่าง) การแพร่ระบาด สปอร์ของเชื้อราปลิวไปกับลม และติดไปกับเมล็ดพันธุ์ ปัจจัยเสี่ยง พื้นที่ดินทราย, ดินขาดธาตุอาหารหลัก, ดินขาดโพแทสเซียม หรือการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเพียงอย่างเดียว
วิธีป้องกันและกำจัด การเฝ้าระวังและการสำรวจ: แจ้งประชาสัมพันธ์เกษตรกร และหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ การจัดการเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูก ใช้ไตรโคเดอร์มา คลุกเมล็ดพันธุ์ (เชื้อสด 10 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กก.) หรือแช่เมล็ดพันธุ์ (เชื้อสด 0.5 กก.ต่อน้ำ 100 ลิตร แช่ 1 คืน) ใช้สารเคมี คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วย แมนโคเซบ หรือ คาร์เบนดาซิม + แมนโคเซบ (3 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กก.) การป้องกันตลอดระยะเพาะปลูก พ่นป้องกันอย่างน้อย 3 ครั้ง ในระยะแตกกอ ระยะตั้งท้อง และระยะออกรวง การปรับปรุงดินและลดโรค ไถกลบฟาง, ปลูกพืชปุ๋ยสด หรือปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อลดความรุนแรงของโรค การดูแลแปลงและการใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืชในนา ดูแลแปลงให้สะอาด ใส่ปุ๋ยในอัตราที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป
4. ประชาสัมพันธ์กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน วัตถุประสงค์ของกองทุน 1) เพื่อปลดเปลื้องหนี้สินและไถ่หรือไถ่ถอนที่ดินหรือซื้อที่ดินคืน 2) เพื่อซื้อที่นาเช่าตาม พรบ.การเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม 3) เพื่อการประกอบอาชีพ (ลูกหนี้รายเดิม)
ผู้มีสิทธิขอความช่วยเหลือ 1) เป็นเกษตรกร หรือผู้ยากจน หรือเป็นบิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร ของเกษตรกรหรือผู้ยากจน อายุไม่เกิน 60 ปี หากมีอายุเกิน 60 ปี ต้องมีผู้กู้ร่วม 2) มีหนี้สินจากการนำที่ดินไปขายฝาก จำนอง หรือกู้ยืมเงิน 3) มีความประสงค์จะซื้อที่นาเช่าตามสิทธิแห่งกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 4) มีหนี้สินอันเกิดจากเหตุสุจริต จำเป็น และเป็นภาระหนัก
ที่ดินที่จะไถ่ถอนหรือซื้อคืน 1) ต้องเป็นที่ดินของเกษตรกรหรือผู้ยากจน หรือเป็นของบิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร ของเกษตรกร หรือผู้ยากจน 2) เอกสารสิทธิที่ดินที่สามารถขอความช่วยเหลือ ได้แก่ โฉนด น.ส.4 จ หรือ น.ส.3ก หรือ น.ส.3ข หรือ น.ส.3 เท่านั้น 3) ที่ดินต้องไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรืออยู่ในเขตสงวนหวงห้ามของทางราชการ 4) ที่ดินต้องไม่มีข้อจำกัดเรื่องการห้ามโอนเกิน 5 ปี 5) กรณีสูญเสียสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแล้วเนื่องจากการขายฝาก หรือจำนอง หรือกู้เงิน ต้องไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่สูญเสียสิทธิหรือกรรมสิทธิ์นั้น กรณีเกินกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ผู้กู้ยืมต้องยังคงทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ประเภทเจ้าหนี้ 1) เจ้าหนี้นอกระบบ หรือเจ้าหนี้ที่เป็นบุคคลทั่วไป 2) เจ้าหนี้นิติบุคคล ได้แก่ ธนาคารต่างๆ สหกรณ์ บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ประกอบธุรกิจการให้กู้ยืม ซึ่งต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ชำระหนี้ จำนวนเงินที่ให้ความช่วยเหลือ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางชั้น 4 อำเภอเมืองศรีสะเกษ เบอร์โทร 045-612925