มะขามป้อม เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ผลเป็นทรงกลมแป้นสีเขียวอ่อน เนื้อหนา มีรสเปรี้ยวปนฝาด แต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซีสูง จึงเป็นที่นิยมของคนรักสุขภาพ
การขยายพันธุ์มะขามป้อมสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด แต่วิธีนี้จะให้ผลผลิตช้า โดยอาจใช้เวลานานกว่า 5-8 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของต้นและสภาพแวดล้อม
ดังนั้นในการปลูกเชิงการค้า จึงนิยมใช้วิธีการเสียบยอดเป็นหลัก เนื่องจากมีอายุการออกดอกติดผลค่อนข้างเร็ว ประมาณ 2-3 ปีเท่านั้น และมีความแข็งแรงทางระบบรากค่อนข้างดี
ในการปลูกมะขามป้อม ควรเริ่มจากเตรียมพื้นที่ โดยไถจาน 3 และไถพรวน 2 ครั้ง จากนั้นปักแนวกำหนดจุดระยะปลูก โดยอาจใช้ระยะปลูก 3x6 เมตร ซึ่ง 1 ไร่ จะปลูกได้ 88 ต้น เมื่อเก็บผลได้ประมาณ 7-10 ปี ก็ตัดออกต้นเว้นต้น เป็นระยะ 6x6 เมตร ก็จะเท่ากับเหลือ 44 ต้น/ไร่
เมื่อกำหนดระยะได้แล้วจึงทำการขุดหลุมกว้างxยาวxลึก 50 ซม. ผสมปุ๋ยคอก แกลบดิน แกลบดำ และดินปากหลุม คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วกลบใส่หลุม
จากนั้นนำต้นมะขามป้อมวางในหลุมและกลบโคนต้นให้เสมอปากหลุม ทำการปักไม้และมัดที่โคนต้นเพื่อไม่ให้ต้นโยกตามแรงลม เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่ม
โดยในระยะที่เริ่มปลูกใหม่ๆ ควรให้น้ำแบบวันเว้นวัน เมื่อเข้าเดือนที่ 2 สามารถรดน้ำวันเว้นวันเช่นเดิม หรือ ดูความชื้นของดินที่โคนต้น และ ปรับให้เหมาะสมได้
ส่วนการให้ปุ๋ยระยะ 1 ปีแรก ควรใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงเพื่อเร่งการเจริญเติบโต เช่น ปุ๋ยสูตร 25-7-7 โดยเริ่มให้เมื่อปลูกลงดินประมาณ 2 สัปดาห์ ห่างกัน 3 สัปดาห์/ครั้ง ครั้งละ 1 ช้อนชา จนถึงอายุ 6 เดือน
และระยะที่ 2 สามารถใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 สลับกับ 25-7-7 ให้ 3 สัปดาห์ ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ จนอายุครบ 2.5 ปี หรือเมื่อเห็นว่าเจริญเติบโตสมบูรณ์แข็งแรงพอ
จากนั้นในระยะที่ 3 จึงปรับมาใช้ปุ๋ยสูตรสะสมอาหารและสร้างตาดอก เช่น สูตร 8-24-24 ครั้งละ 200-300 กรัม/ต้น แล้วรดน้ำ 3-4 ครั้งเพื่อให้ปุ๋ยละลายหมด
จากนั้นจึงทำการงดน้ำ 10-15 วัน ให้รู้สึกว่าใบเหลือง เริ่มร่วง และมีตาดอกแตกออกมาตามตากิ่งเต็มไปหมด จึงเริ่มให้น้ำน้อยๆ
หลังจากแทงตาดอก 20 ถึง 25 วัน ดอกจะบานและเริ่มติดผลเล็กๆ จึงเริ่มให้ปุ๋ยในระยะที่ 4 โดยให้น้ำสม่ำเสมอแล้วกลับมาใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 เลี้ยงลูกจนกว่าจะเก็บได้
โดยก่อนเก็บผลประมาณ 1 เดือน สามารถปรับมาใช้ปุ๋ยสูตร 8-24-24 จะช่วยให้ผลมีรสชาติดี รวมถึงเสริมธาตุอาหารจำพวกแคลเซียม โบรอน และ ธาตุอาหารทางใบ จะทำให้ได้คุณภาพดีขึ้น
นอกจากการรดน้ำใส่ปุ๋ยแล้ว การปลูกมะขามป้อมจำเป็นต้องมีการค้ำกิ่ง และ ตัดแต่งกิ่งข้างออก หรือ มีการเสริมราก และ การตัดแต่งกิ่งแบบ open Center เพื่อให้มีแนวโน้มได้ลักษณะทรงต้นเตี้ย สะดวกในการเก็บเกี่ยวผลผลิต
มะขามป้อมเป็นผลไม้ป่าที่มีความทนทานต่อโรคต่างๆได้ดีตามธรรมชาติ แต่เมื่อนำมาปลูกและมีการจัดการน้ำปุ๋ยอย่างดี อาจจะขาดสมดุลทางธรรมชาติได้ จึงควรฉีดพ่นสารกำจัดเชื้อราบ้างในช่วงฤดูฝน
ส่วนการเก็บเกี่ยวผลผลิต ระยะเวลาที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพพื้นที่ โดยสังเกตได้จากผลที่มีขนาดใหญ่เต็มที่ และ ผลเปลี่ยนเป็นสีเขียวใสอมเหลือง สามารถทำการเก็บเกี่ยวได้ทันที โดยอาจนำไปรับประทานผลสดหรือแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าต่อไป
ที่มา : กรมวิชาการเกษตร