วันนี้ 12 กันยายน 2567 เวลา 09.40 น. นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์, นายปกรณ์ ตั้งใจตรง ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย พ.อ.ฐาวิรัตน์ ยังน้อย รอง ผอ.รมน.จังหวัด พ.ช. ,นายสุพล ศรีทับทิม พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์, นางสาวอุไรรัตน์ คำชื่นวงศ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ , และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าพบกลุ่มผู้ชุมนุมรับมอบหนังสือขอความช่วยเหลือเรื่องราคาข้าโพดตกต่ำ นำโดยนายถาวร จงวัฒน์ ประธ เกษตรกรแปลงใหญ่จังหวัดเพชรบูรณ์ และนางบานเย็น กองไตร เกษตรกรตำบลยางงาม อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 600 คน โดยได้ชี้แจงว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วประมาณ ร้อยละ 30 (คิดเป็นปริมาณ 134,863.11 ตัน จากปริมาณผลผลิตทั้งหมด 449,543.71 ตัน) และโรงงานผลิตอาหารสัตว์มีการปรับลดราคารับซื้อหน้าโรงงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายน 2567 เป็นต้นมา ประกอบกับเกษตรกรในพื้นที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีความชื้นค่อนข้างสูง ผู้ประกอบการจึงต้องใช้เวลาในการอบลดความชื้นมากขึ้น จึงได้ประกาศหยุดรับซื้อผลผลิตทั้งระบบ ส่งผลกระทบให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้รับความเดือดร้อน โดยลดลงมากกว่า 1 บาทต่อกิโล วันนี้ความชื้น 30% ราคาลงเหลือ 6.70 บาทต่อกิโล จึงได้มายื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนโดยขอให้มีการกำหนดราคารับซื้อที่ความชื้น 30% ไม่ต่ำกว่า 7.50 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยมี นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นผู้รับหนังสือจากผู้ชุมนุม และมอบให้พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ รับไปดำเนินการในการให้ความช่วยเหลือ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เชิญตัวแทนกลุ่มเกษตรกรฯ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมในเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป กลุ่มผู้เรียกร้องพึงพอใจ แยกย้ายกลับเวลา 11.00 น. และต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. ได้มีการประชุมร่วมระหว่างตัวแทนเกษตรกร ผู้ค้า และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้มีข้อสรุป ดังนี้ (1) ขอความร่วมมือผู้รับซื้อรักษาเสถียรภาพราคาให้คงราคา 1 สัปดาห์ก่อนมีการปรับราคา (2) ปรับลดการนำเข้าจากต่างประเทศ จาก 1 กุมภาพันธ์ - 31 สิงหาคม เป็น 1 กุมภาพันธ์ - 31 กรกฏาคม (3) ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ การนำเข้าสัดส่วน 3 :1 อย่างจริงจัง และ (4) ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับข้อมูลต้นทุนการผลิตต่อไร่ให้เป็นปัจจุบัน :ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ จะได้ทำข้อสรุปดังกล่าว นำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อนำเสนอผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกันต่อไป