เตือนเกษตรกรที่ปลูกหอมทั้งหอมหัวใหญ่ หอมแดง หอมแบ่ง และเกษตรกรที่ปลูกเพื่อเก็บหัวไว้ใช้ทําพันธุ์
โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากสภาพอากาศช่วงนี้มีฝนตกชุกในหลายพื้นที่
เหมาะสมต่อการระบาดของโรคใบเน่าแอนแทรคโนส หรือโรคหอมเลื้อย โรคนี้รุนแรงกับหอมหัวใหญ่เกิดโรคปานกลาง...
กับหอมแดง และหอมแบ่งที่ปลูกเพื่อเก็บหัวทําพันธุ์ ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสํารวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเริ่มพบ
อาการของโรคให้รีบแจ้งสํานักงานเกษตรอําเภอ สํานักงานเกษตรจังหวัดเพื่อดําเนินการควบคุม และหาแนวทางป้องกัน
กําจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง
#เชื้อสาเหตุ เชื้อรา Colletotrichum gloeeosporioides
#ลักษณะอาการ
เชื้อราสามารถเข้าทําลายได้ทุกส่วนของพืช เช่น ใบ กาบใบ คอ หรือส่วนหัว ทําให้เกิดเป็นแผล ซึ่งเนื้อแผลเป็น
แอ่งต่ํากว่าระดับผิวปกติเล็กน้อย บนแผลมีสปอร์ของเชื้อราเป็นหยดของเหลวสีส้มอมชมพู ซึ่งเมื่อแห้งแล้วจะเป็นตุ่มสีดํา
เล็ก ๆ เรียงเป็นวงรีซ้อนกันหลายชั้น โรคนี้ทําให้ใบเน่าเสียหาย ต้นหอมแคระแกรน ใบบิดโค้งงอ หัวลีบยาว เลื้อย
ไม่ลงหัว ระบบรากสั้น ทําให้ต้นหอมเน่าเสียหายในแปลงปลูก เก็บเกี่ยวไม่ได้ หรือไปเน่าเสียในช่วงเก็บรักษา
#กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนําวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
๑. ก่อนปลูกหอมหัวใหญ่ทุกครั้งควรปรับปรุงดินด้วยการใส่ปูนขาวและปุ๋ยคอก เพื่อฟื้นฟูสภาพของดินให้ดีขึ้น
ปูนขาวควรใส่ก่อนปลูก ๑ - ๒ สัปดาห์
๒. หลีกเลี่ยงการปลูกหอมในช่วงฤดูฝนตกชุก ยกร่องสูงเพื่อให้มีการระบายน้ำที่ดี
๓. เก็บชิ้นส่วนของพืชที่เป็นโรคไปเผาทําลายทุกครั้ง เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค
๔. โรคหอมเลื้อยเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถใช้สารเคมีพ่นเพื่อรักษาโรคได้ แต่สามารถป้องกันโรคระบาดลุกลาม
ไปยังต้นที่ไม่เป็นโรคได้โดยพ่นสารป้องกันกําจัดโรคพืช ดังนี้
- อะซ็อกซีสโตรบิน ๒๕% SC
- โปรคลอราซ อ๊อคเทฟ ๕๐% WP
- ไดฟ์โนโคนาโซล ๒๕% EC
- โพรไซมิโดน ๕๐% WP
เริ่มพ่นเมื่อพบโรคโดยทุกครั้งเก็บต้นที่เป็นโรคไปเผาทําลายแล้วพ่นต้นหอมที่เหลือด้วยสารเคมีผสมสารจับใบลง
ไปด้วย ไม่ควรพ่นสารเคมีประเภทดูดซึมติดต่อกันเกิน ๔ ครั้ง ควรพ่นสลับกับสารเคมีประเภทสัมผัสเพื่อป้องกันการดื้อ
ยาของเชื้อราสาเหตุของโรค
ที่มา : http://www.arda.or.th/kaseti…/north/plant/onion_disease.html
เรียบเรียงโดย : กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย