มะรุม เป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด นอกจากจะปลูกง่าย ดูแลง่ายแล้ว ยังใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน ทั้ง ฝัก ยอด และดอก โดยทั่วไปการขยายพันธุ์มะรุมทำได้ด้วยการเพาะเมล็ด และ การปักชำ ควรเลือกกิ่งชำ หรือ เมล็ดที่มีความสมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลง
สำหรับการเพาะเมล็ด ให้เพาะใส่ถุงเพาะชำขนาด 4x6 นิ้ว จัดวางไว้ในที่ร่มรำไรแล้วใส่เมล็ด 1-2 เมล็ด ลงในถุงเพาะ รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อต้นกล้าโตจึงคัดออกให้เหลือ 1 ต้น/ถุง
ส่วนการปักชำ ให้เลือกกิ่งมะรุมที่ไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป ขนาดยาวประมาณ 15 ซม. ปักในถุงเพาะหรือกระบะเพาะที่จัดวางไว้ในที่ร่มรำไร ดูแลรดน้ำประมาณ 10-15 วัน กิ่งปักชำจะเริ่มแตกยอดใหม่ออกมา เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 30-40 วัน จึงนำลงปลูกในแปลง โดยทำการเตรียมดินด้วยการไถพรวนดิน และตากดินประมาณ 7-15 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมัก คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นขุดหลุมขนาด 50x50x50 ซม. แล้วจึงนำกล้าลงปลูก หากตั้งใจปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวใบ ให้ใช้ระยะห่างระหว่างต้น 1 เมตร และระยะห่างระหว่างแถว 1 เมตร ส่วนการปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวเมล็ดให้ใช้ระยะปลูก 4x4 เมตร แทน เนื่องจากมะรุมเป็นพืชที่สามารถทนแล้งได้ดี และ ออกดอก ออกฝัก ตามฤดูกาล การให้น้ำจึงอาจแตกต่างกันตามช่วงฤดู โดยหากเป็นระยะแรกของการปลูก หรือ ปลูกในฤดูฝนจะไม่มีปัญหาเรื่องการให้น้ำ แต่ในฤดูแล้งควรมีการให้น้ำ 2 เวลา เช้า-เย็น หรืออาจใช้เป็นระบบน้ำหยด จะทำให้ฝักมีขนาดที่โตและยาวมากขึ้น
ส่วนการใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมัก โดยใส่รอบๆโคนต้น จากนั้นพรวนดินกลบ หรือใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 100-200 กรัม/ต้น และพรวนดินกลบให้เรียบร้อย
สำหรับการกำจัดวัชพืช ในระยะเริ่มปลูกเป็นช่วงที่สำคัญ ควรถางหญ้าบริเวณโคนแล้วนำมากลบโคนต้น เพื่อรักษาความชื้นในดิน และ เพิ่มธาตุอาหารให้แก่มะรุม
ในส่วนของการเก็บเกี่ยว ใบชุดแรกจะเก็บได้หลังจากย้ายกล้าลงปลูกได้ 3-4 เดือน และ รุ่นต่อไปจะเก็บได้ทุกๆ 2 เดือน ส่วนฝักจะสามารถเริ่มเก็บได้เมื่อปลูกประมาณ 6-8 เดือน