โดยทั่วไปไก่พื้นเมืองจะมีความแข็งแรง หากินเก่ง ต้านทานต่อโรคระบาดสูง เติบโตและขยายพันธุ์ ในสภาพการเลี้ยงดูแบบง่าย ๆ ของเกษตรกรได้ดี ตลาดมีความต้องการสูงเนื่องจากไก่มีกลิ่นและรสชาติดี เกษตรกรสามารถเลี้ยงในลักษณะเกษตรผสมผสาน ซึ่งจะได้ไก่ทั้งเพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง
เงื่อนไขความสำเร็จ
1. เกษตรกรจะต้องมีโรงเรือนที่ดีพอสมควรและควรมีพื้นที่ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติอย่างเพียงพอ 2. ควรเลี้ยงในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ดอน น้ำท่วมไม่ถึง การคมนาคมสะดวก 3. เกษตรกรควรเลี้ยงในลักษณะเกษตรผสมผสาน จำนวนที่เลี้ยงขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่ที่มีวัตถุดิบอาหารสดในท้องถิ่น เพื่อสะดวกในการจัดหาและทุนสำรองของแต่ละบุคคล 4. ต้องมีการให้วัคซีนป้องกันโรคระบาดตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 5. ต้องอยู่ใกล้หรือมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างชัดเจน เทคโนโลยีและกระบวนการผลิต 1. พันธุ์ไก่พื้นบ้าน พันธุ์ไก่พื้นบ้าน สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น และความต้องการของตลาด แต่สายพันธุ์ไก่พื้นเมืองที่นิยมเลี้ยงส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์ไก่อู หรือไก่ชน เพราะจะมีโครงสร้างใหญ่เจริญเติบโตดี ไม่เป็นโรค คัดแม่พันธุ์ที่มีลูกดกอายุตั้งแต่ 9 เดือน-3 ปี จำหน่ายรวดเร็ว สำหรับเกษตรกร ที่ต้องซื้อพ่อแม่พันธุ์เข้ามาเลี้ยงควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และปราศจากโรคระบาด
2. การจัดการเลี้ยงดู การเลี้ยงไก่พื้นเมือง ควรมีพื้นที่กว้างขวางพอประมาณ ที่จะให้ไก่ได้หาอาหารและเดินออกกำลังกาย ถ้าสามารถเลือกสถานที่ที่เป็นชายป่าหรือทุ่งนาได้จะเป็นการดี เพราะจะเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติชั้นดีสำหรับไก่พื้นเมือง โรงเรือนไก่พื้นเมืองสามารถสร้างแบบง่าย ๆ โดยใช้วัสดุในท้องถิ่นเป็นหลัก หลังคาอาจมุงด้วยสังกะสีเก่าหรือตับหญ้าคาหรือตับแฝก ด้านข้างของโรงเรือนควรตีด้วยไม้ไผ่สานขัดแตะหรือไม้รวกขัดแตะ หรือไม้ระแนง โยงเว้นช่องให้อากาศถ่ายเทสะดวก จัดทำคอนนอนไว้มุมใดมุมหนึ่งของโรงเรือนให้เพียงพอกับจำนวนไก่ และต้องจัดทำรังไข่โดยอาจใช้ลังกระดาษเก่า ตะกร้า กระบุง รังไข่ควรรองด้วยเศษหญ้าแห้ง ฟางข้าว หรือพืชสมุนไพรตากแห้งที่มีคุณสมบัติไล่หมัดหรือไรไก่ สำหรับรางน้ำและรางอาหาร เกษตรกรควรจัดทำเองโดยใช้วัสดุในท้องถิ่น อัตราการผสมพันธุ์ที่ใช้จะนิยมใช้พ่อพันธุ์ 1 ตัว ต่อแม่พันธุ์ 7 ตัว แม่ แต่ละตัวจะให้ลูกได้ปีละ 4 ชุด โดยจะเลี้ยงรอดประมาณชุดละ 8 ตัว ในการเลี้ยงลูกไก่พื้นเมืองในระยะแรก ควรมีสุ่มครอบแม่ไก่กับลูกอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ลูกที่เลี้ยงรอดมีจำนวนสูง และถ้าต้องการให้ไก่ไข่เร็วขึ้นก็ทำได้ โดยแยกลูกไก่มาอนุบาลเป็นการเฉพาะ สำหรับการให้อาหารไก่พื้นเมือง โดยส่วนใหญ่จะปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ และเสริมด้วยอาหารที่หาได้ในท้องถิ่นที่ผลิตเองหรือหาซื้อเพิ่มเติม เช่น ข้าวเปลือก รำ ปลายข้าว ข้าวโพด หรือเศษอาหารที่เหลือ เฉพาะในอาหารลูกไก่ในระยะแรกเกิด ถึงประมาณ 1 เดือน ควรใช้อาหารไก่เนื้อระยะแรกเลี้ยงจะให้ผลดีมากกว่า
3. การป้องกันโรคระบาด การเลี้ยงไก่พื้นเมืองให้ได้ผลดี ควรมีการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง สำหรับพ่อ-แม่พันธุ์ ควรถ่ายพยาธิเป็นประจำทุก 6 เดือน และจะต้องทำวัคซีนเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ แก่ไก่ทุกระยะอย่างเคร่งครัด ได้แก่ โรคนิวคาสเซิล โรคหลอดลมอักเสบ โรคฝีดาษ และโรคอหิวาต์ไก่ ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทน
สำหรับการเลี้ยงไก่พื้นเมือง 1 ชุด ประกอบด้วยพ่อพันธุ์ 1 ตัวและแม่พันธุ์ 7 ตัว
1. ต้นทุน จะได้แก่ ค่าคอกโรงเรือน อุปกรณ์ที่จำเป็น ค่าพ่อแม่พันธุ์ ค่าอาหารไก่ระยะแรก และระยะขุนจนจำหน่ายได้ ค่าวัคซีน ค่าเวชภัณฑ์และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมต้นทุนการผลิตประมาณ13,550-14,000 บาท
2. ผลตอบแทน จะได้จากการจำหน่ายไก่พื้นเมืองอายุประมาณ 4 เดือน ซึ่งในหนึ่งปีแต่ละแม่พันธุ์จะให้ลูกรวม 200-225 ตัว โดยจะจำหน่ายเมื่อน้ำหนักประมาณ 1.5-1.8 กิโลกรัม ราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับราคาของแต่ละพื้นที่ โดยทั่วไปราคาประมาณกิโลกรัมละ 50-60 บาท รวมจะได้ผลตอบแทนประมาณ20,000-25,000 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนและผลตอบแทนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะการตลาดและแหล่งที่เลี้ยงเป็นสำคัญ ดังนั้น เกษตรกรควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนการตัดสินใจ ที่มา:120 อาชีพ เกษตรกรรมทางเลือก