ถิ่นกำเนิดกระบองเพชร กระบองเพชร กระบองเพชร หรือชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์คือ Hoodia gordonii ต่อมาได้ถูกค้นพบและวาดภาพโดย พ.อ.โรเบิร์ตกอร์ดอนจาค็อบ ซึ่งค้นพบในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงของแม่น้ำสีส้ม ในช่วงประมาณ ค.ศ. 1779 และระบุว่าเป็นประเภทที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ stapelia โดยแหล่งที่พบนั้นพบในทะเลทรายแถบแอฟริกาใต้ และนามีเบีย แต่พบมากในทะเลทราย Kalahari กล่าวกันว่าชนเผ่า San Bushman นำมาใช้เป็นพืชที่ใช้ในการเดินทางไกลไปในทะเลทรายหรือการล่าสัตว์เพื่อช่วย ให้ไม่รู้สึกหิว และนำมาใช้นับพันปีมาแล้ว นี่เองจึงทำให้วงการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจศึกษาเป็นพิเศษว่ามี ส่วนประกอบอะไรในกระบองเพชรนี้ที่มีผลต่อความรู้สึกอยากอาหารเช่นเดียวกับสมุนไพรตัวอื่นๆ เช่น หญ้าดอกขาว เม็ดแมงลัก มะนาว
ประโยชน์และสรรพคุณกระบองเพชร
1.ช่วยลดการดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกาย
2.ช่วยสลายไขมันเก่า
3.ช่วยควบคุมอาการอยากอาหาร
4.ลดน้ำหนัก
5.ไฟเบอร์คุณภาพสูง กรดอะมิโน , บี3 , ไฟเบอร์
6.ช่วยลดโคเลสเตอรอล LDL , ไตรกลีเซอไรด์ ต่อต้านอนุมูลอิสระ
7.ช่วยลดความอ้วน อุดมด้วยวิตามิน ซี , เอ ลดระดับน้ำตาล
8.ควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือด
9.กรดอะมิโนที่จำเป็นลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่เซลล์
กระบองเพชรที่มีสรรพคุณสามารถลดความอ้วนได้นั่นก็คือ กระบองเพชรพันธุ์ Hoodia Gordonii ทั้งยังมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยในกระบองเพชรพันธุ์นี้ จากนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยทั่วโลกว่ามีคุณสมบัติในการลดน้ำหนักได้ ซึ่งกระบองเพชรพันธุ์นี้ถูกค้นพบโดย พอ.โรเบิร์ตกอร์ดอนจะค็อบ ในปี ค.ศ.1779 ซึ่งพบในทะเลทรายในแอฟริกาใต้ และนามีเบีย ชาว San Bushman ก็ได้มีการบริโภคพืชนี้มานานนับพันปีมาแล้ว ทั้งในรูปสดและนำไปตากแดดจนแห้ง แต่พวกเขาจะไม่บริโภคส่วนที่เป็นดอกและราก ชาว San Bushman เล่าว่าพวกเขาจะพกกระบองเพชรนี้ไปด้วยถ้าต้องออกล่าสัตว์หรือเดินทางไกลใน ทะเลทราย เนื่องจากเป็นพืชที่ให้ปริมาณไฟเบอร์สูงมาก จึงมีส่วนสำคัญในการช่วย ควบคุมอาการอยากอาหาร (Appetite Control) และยังมีคุณสมบัติพิเศษ ที่จะเข้าไปจับกับโมเลกุลไขมันที่ลอยตัวอยู่เหนือกระเพาะอาหาร ทำให้ไขมันไม่สามารถดูดซับเข้าไปทางผนังลำไส้เล็กได้ และจะถูกกำจัดออกจากร่างกาย โดย การขับถ่าย นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ โดยมีกลไกที่ทำให้อาหาร ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ช้าลง จึงช่วยป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้
ลักษณะทั่วไปของกระบองเพชร
คล้ายต้นกระบองเพชรโดยทั่วไปและ เป็นพืชอวบน้ำ (succulent) ซึ่งเป็นลักษณะที่สำคัญของพืช ในบริเวณที่มีความแห้งแล้วกันดาร จึงมีการสะสมน้ำไว้ในส่วนของต้น ราก และใบ จัดอยู่ใน กลุ่มพืชใบเลี้ยงคู่ Hoodia Gordonii กระบองเพชร มีหลายชนิด พบในทะเลทรายและบางชนิดอยู่ตามป่าธรรมชาติ หรือสภาพแวดล้อมทั่วไป แต่ส่วนใหญ่จะพบตามทะเลทรายมากกว่า แต่มีเพียง 2 สายพันธ์ที่นิยมนำมาใช้สรรพคุณทางยา คือ
1. สายพันธ์ Hoodia Gordonii
2. สายพันธ์ Opuntia ficus – indica แต่ที่มีผลงานการศึกษาค้นคว้าวิจัย ในปัจจุบัน คือ สายพันธ์ Hoodia Gordonii
โครงสร้างของต้นกระบองเพชร ส่วนใหญ่พบเจริญเติบโตในทะเลทรายที่มีสภาพภูมอากาศแห้งแล้ง ซึ่งมีวิธีในการพัฒนาตนเองเพื่อให้ดำรงชีวิตให้อยู่ได้ในสภาพที่โหดร้าย การนั้นก็คือ การพัฒนาเปลี่ยนแปลง โครงสร้างเพื่อให้เหมาะสมกับการอยู่รอด โดยการ • ลดรูปของใบเปลี่ยนเป็นหนาม เพื่อลดการคายน้ำ หนามยังสามารถที่จะช่วยในการพรางแสง ลดความร้อนและยังช่วยป้องกันการถูกทำลายโดยการดัดแทะจากสัตว์ • สร้างส่วนที่มีลักษณะคล้ายไข (Wax) ปกคลุมส่วนผิวของลำต้น มีจำนวนปากใบ (Stoma) บนลำต้นจำนวนน้อย และมีลำต้นเป็น รูปทรงกลมซึ่งมีพื้นที่ผิวน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับปริมาตร ทำให้มี การสูญเสียน้ำน้อยลง • พัฒนาเนื้อเยื่อพิเศษในลำต้น มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ ทำหน้าที่ในการเก็บรักษาน้ำ • มีระบบรากฝอยอยู่ตื้นๆ ใกล้กับผิวดิน ในเวลากลางคืนอากาศ เย็นลงไอหมอกจะลอยตัวต่ำลงและควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำที่ผิว ดิน ทำให้รากฝอยสามารถดูดซับความชุ่มชื้นจากอากาศและผิวดิน ไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว • บางชนิดมีการพัฒนาระบบรากให้มีขนาดใหญ่ เพื่อใช้เก็บสะสมน้ำและอาหารบางชนิดที่มีความพิเศษ สามารถ หดตัวดึงเอาลำต้นให้มุดลงไปใต้ก้อนกรวดหรือใต้ผิวดิน ช่วยลด ความร้อนและช่วยลดการคายน้ำโดยเฉพาะในหน้าร้อน
การขยายพันธุ์กระบองเพชร การขยายพันธุ์กระบองเพชรนั้นสามารถทำได้ 3 วีธีคือ 1.การเพราะเมล็ด 2.การปักชำ 3.การต่อยอด เนื่องจากกระบองเพชร (Hoodia gordonii) นั้น เป็นพืชที่มีถิ่นที่อยู่ในทวีปแอฟริกา จึงไม่นิยมนำมาปลูกในไทย เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย และข้อมูลการขยายพันธุ์และการดูแลรักษา นั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย