จากไส้เดือนตัวเล็กสู่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ เปิด 4 สายพันธุ์ยอดฮิตในไทย เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ไว
14 ต.ค. 2569
16
0
จากไส้เดือนตัวเล็กสู่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ เปิด 4 สายพันธุ์ยอดฮิตในไทย เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ไว
จากไส้เดือนตัวเล็กสู่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ
จากไส้เดือนตัวเล็กสู่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ เปิด 4 สายพันธุ์ยอดฮิตในไทย เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ไว

ไส้เดือน เปรียบเสมือนเพื่อนในไร่ ที่ทำหน้าที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ต่อระบบนิเวศ สร้างอินทรียสาร และมีส่วนช่วยทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น โดยการเคลื่อนที่ชอนไชในดินทำให้ดินร่วนซุย เกิดช่องว่าง และเพิ่มปริมาณออกซิเจน ทำให้การระบายน้ำและอากาศไปสู่ดินได้ดีขึ้น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวม ไส้เดือน 4 สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงในไทย ไปดูว่าแต่ละสายพันธุ์เหมาะสำหรับแบบไหน และข้อดีข้อเสียคืออะไรไปดูกันเลย

 สายพันธุ์ แอฟริกัน ไนท์ ครอเลอร์ (African Night Crawler) หรือ AF เป็นไส้เดือนขนาดใหญ่ ลำตัวมีสีน้ำตาลแดงปนเทา สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว มีความสามารถในการย่อยสลายขยะในปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีจากธรรมชาติ ปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย ช่วยเพิ่มและแพร่กระจายจุลินทรีย์ในดิน เป็นประโยชน์ต่อพืช ช่วยกำจัดขยะอินทรีย์ เหมาะเป็นอาหารสัตว์และเป็นเหยื่อสำหรับตกปลา


ข้อดี กินเก่ง โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง ขยายพันธุ์เร็ว ลูกดก ตัวโต เหมาะในการนำไปใช้ประโยชน์เป็นอาหารโปรตีน เช่น อาหารกบ หรือนก

ข้อเสีย หากผู้เลี้ยงฝึกให้กินแต่โปรตีน หรืออาหารดีๆ ไส้เดือนพันธุ์นี้มักไม่กินขยะ ตัวมักเปื่อยง่ายเพราะมีโปรตีนในตัวมาก

 

 

สายพันธุ์ไทเกอร์ (Tiger Worm)

ตัวสั้นแบน ยาวประมาณ 12 เซนติเมตร ลำตัวสีแดง ปล้องเป็นแถบชัดเจนคล้ายลายเสือ หางสีเหลือง ถิ่นกำเนิดยุโรป อเมริกา อัตราขยายพันธุ์ปานกลาง เหมาะสำหรับเลี้ยงกินมูลวัว และขยะสดในครัวเรือน

ข้อดี ที่กินเก่ง ตัวใหญ่พอสมควร

ข้อเสีย อยู่ตรงที่ ฟักไข่นาน ชอบอากาศเย็น ถ้าอากาศร้อนจะกินไม่ค่อยเก่ง

 

สายพันธุ์ บลูเวิร์ม (Blue worm) 

มีกลิ่นหอมคล้ายดอกโมก กลิ่นหอมมาจาก Coelomic fluid ใช้สกัดหาสารกำจัดเชื้อราที่ผลิตสารพิษอะฟลาท็อกซินต้านมะเร็ง ไส้เดือนพันธุ์นี้ ขยายพันธุ์ได้เร็วมาก ทนร้อนได้ดี มีฮอร์โมนพืชสูง ช่วยกำจัดขยะอินทรีย์ ใช้เป็นวัตถุดิบในอาหารสัตว์น้ำ และเหมาะสำหรับผลิตปุ๋ยหมักเพราะย่อยสลายได้เร็ว มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชสูง

ข้อดี กินเก่งเช่นกัน แต่ไม่เลือกกิน ขยายพันธุ์เร็ว และลูกดกมากๆ

ข้อเสีย ของไส้เดือนพันธุ์นี้คือ ตัวเล็กแยกตัวลำบาก ถ้าในบ่อหรือภาชนะที่เลี้ยงมีประชากรแออัด ไส้เดือนพันธุ์นี้ก็จะเริ่มซุกซน กระดึ๊บไปที่บ่ออื่น

 

สายพันธุ์ขี้ตาแร่

ตัวค่อนข้างใหญ่ใกล้เคียงกับพันธุ์ African Nightcrawler

ยาว 15 เซนติเมตร ลำตัวสีแดงเหลือบน้ำเงิน อยู่ในสกุลเดียวกับ Indian Blue worm แต่ตัวใหญ่กว่า ถิ่นกำเนิดพบในประเทศไทย อัตราขยายพันธุ์ปานกลาง เหมาะสำหรับเลี้ยงกินมูลสัตว์และขยะสดในครัวเรือน

ข้อดี กินขยะเก่ง ตัวใหญ่พอสมควร เป็นไส้เดือนท้องถิ่น หาได้ง่ายตามธรรมชาติ

ข้อเสีย โตช้า หนีเก่ง ต้องให้อาหารต่อเนื่อง

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2567

ตกลง