22 ก.พ.61 (เวลา 10.00 น.) นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมตรวจราชการพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ ห้องประชุมศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ/ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม สำหรับการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อนโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช รวมถึงการบริหารจัดการน้ำของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ โดยเน้นย้ำการทำงานเชิงบูรณาการในพื้นที่ สร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ด้วยวิธีการปรับเปลี่ยนกระบวนความคิดให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ภูมิปัญหาของคนในพื้นที่ เพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วม นายกรณรมย์ วรรณกุล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังล่าง รายงานปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ประกอบด้วย 6 ประเภท ได้แก่ 1) น้ำแล้ง มีข้อจำกัดจากพื้นที่กักเก็บน้ำต้นทุนมีน้อย 2) น้ำท่วม เนื่องจากบางช่วงระดับน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกนอกพื้นที่ได้ 3) น้ำเปรี้ยว ในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง 4) น้ำเค็ม ซึ่งเกิดจากการรุกตัวของน้ำเค็มโดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง 5) น้ำกร่อย ใช้วิธีบังคับน้ำสำหรับพื้นที่ป่าจากซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของคนลุ่มน้ำปากพนัง และ6) น้ำเน่าเสีย เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้ในการปิดประตูระบายน้ำเพื่อกักเก็บน้ำในการทำการเกษตรนานหลายเดือน จึงต้องทำการบำบัดน้ำก่อนระบายสู่ทะเล ประกอบกับปัจจุบันเกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนจากพื้นที่นาข้าวมาเป็นสวนปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำมาก จึงทำให้น้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง และสถานะการณ์อุทกภัยในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา มีพื้นที่น้ำท่วมในเขตลุ่มน้ำปากพนังประมาณ 3 แสนไร่ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านคมนาคม ถนนกีดขวางเส้นทางน้ำ จึงต้องใช้ระยะเวลาในการระบายน้ำสู่งอ่าวไทยและอ่าวปากพนังล่าช้า สำหรับการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังในปีนี้ มีการวางแผนเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในคลองหลักเพิ่มอีก 10 ซม. จากเดิม 70 ซม. จึงทำให้มีน้ำต้นทุนในการบริหารจัดการ จำนวน 25,000,000 ลบ.ม. และหากฝนทิ้งช่วงนานจะดำเนินการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่เพื่อให้การช่วยแลเกษตรกรในการดูแลผลผลิต ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 220,000 ไร่ แบ่งเป็นนาข้าวประมาณ 70,000 ไร่ และปาลมกว่า 100,000 ไร่ นายสิริยันต์ บุญญานุกูล เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานผลสัมฤทธิ์การพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ ซึ่งเก็บรวบรวมและประเมินติดตามโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 โดยรายได้เงินสดทางการเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.55 รายได้เงินสดนอกการเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 85.93 ภาพรวมรายได้เงินสดเพิ่มขึ้นจากปี 2551/52 ร้อยละ 62.65 ในปี 2559/60 ส่วนดัชนี้ความผาสุกของเกษตรกรทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพอนามัย ด้านการศึกษา ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มขึ้นจาก 81.93 ปี 2559 เป็นร้อยละ 83.38 ในปี 2560 ภาพ/ข่าว : วิไลพร บุญล้ำ สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช