หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายปรีชา พันธุ์วา) ร่วมลงพื้นที่กับองคมนตรี นายพลากร สุวรรณรัฐ ตรวจติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
3 ก.ค. 2567
103
0
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายปรีชา พันธุ์วา) ร่วมลงพื้นที่กับองคมนตรี นายพลากร สุวรรณรัฐ ตรวจติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายปรีชา พันธุ์วา) ร่วมลงพื้นที่กับองคมนตรี นายพลากร สุวรรณรัฐ ตรวจติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายปรีชา พันธุ์วา) ร่วมลงพื้นที่กับองคมนตรี นายพลากร สุวรรณรัฐ ตรวจติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2567 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยเลขาธิการ กปร. ที่ปรึกษาอนุกรรมการฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมติดตามฯ จำนวน 2 จุด ได้แก่
จุดที่ 1. โครงการอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีข้อสั่งการและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสกรณ์ ดังนี้
1) ขอให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตร ร่วมบูรณาการเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านพืช สัตว์ และประมง ทั้งนี้ในการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่โครงการฯ ขอให้สอบถามความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ว่า ต้องการให้หน่วยงานราชการมาส่งเสริม ปรับเปลี่ยน การเพาะปลูก ให้เป็นสินค้าชนิดใด โดยคำนึงถึงการตลาด การขนส่ง และความสมารถในการผลิตของเกษตรกร ทั้งนี้ ควรเป็นไปในรูปแบบการเกษตรผสมผสาน ไม่ใช่การเกษตรเชิงเดี่ยวเพื่อลดความเสี่ยง ใช้ตลาดนำ มีการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูปทำการเกษตรแบบครบวงจร รวมไปถึงการจัดตั้งสหกรณ์เพื่อลดต้นทุนในการจัดหาปัจจัยการผลิต และเป็นแหล่งออมเงินให้กับเกษตรกร รวมถึง การนำพันธุ์ปลามาปล่อยในอ่างฯ เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ และพัฒนากลุ่มอาชีพด้านประมงให้กับเกษตรกรในพื้นที่ (หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์)
2) เนื่องจากจะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ 14.05 ล้านเก็บกัก 6.015 ล้าน ลบ.ม. แต่เก็บกักได้ 6.015 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะมีน้ำอีกส่วนที่ต้องปล่อยลงลำน้ำเดิมอีก 8 ล้าน ลบ.ม. จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อพื้นที่บริเวณโดยรอบ สามารถหาแนวทางป้องกันแก้ไขได้หรือไม่อย่างไรแผนการดำเนินงานต่อไปในเรื่องคลองส่งน้ำ ระบบการกระจายน้ำเข้าสู่แปลงของเกษตรกรต้องวางระบบให้ชัดเจนโดยของบประมาณเพื่อดำเนินการปี 2570 (กรมชลประทาน)
3) กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ท้องถิ่น เนื่องจากเมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ กรมชลประทานจะต้องมีการส่งมอบโครงการฯ ให้ท้องถิ่นดูแลต่อ ดังนั้น จะต้องมีแนวทางในการบริหารจัดการโครงการฯ ให้สามารถดำเนินกาได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งในเรื่องของการบำรุงรักษา กฎเกณฑ์ ต่าง ๆ รวมทั้ง การจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ ซึ่งในช่วงแรก ต้องขอให้ทางกรมชลประทานเป็นหน่วยงานพี่เลี้ยง (กรมชลประทาน)
4) การจัดรูปที่ดิน หากสามารถทำได้จะช่วยให้การกระจายน้ำไปสู่แปลงเกษตรกรได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อาจนำเกษตรกรไปศึกษาดูงานในพื้นที่ที่ดำเนินการจัดรูปที่ดินแล้วประสบความสำเร็จเพื่อให้เห็นว่าหากดำเนินการแล้วเกษตรกรจะได้รับผลประโยชน์อย่างไร (กรมชลประทาน)
5) การดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่โครงการฯ อาจจัดทำเป็นแผนแม่บท 3-5 ปี ใช้พื้นที่โครงการฯ เป็นหลัก ต่อยอดพัฒนาดำเนินการให้ยั่งยืน โดยอาจแบ่งกลุ่มทำงานเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย (1) การส่งเสริมอาชีพ (2) การพัฒนาคุณภาพชีวิต (3) การพัฒนาสิ่งแวดล้อม (4) การพัฒนาอ่างเก็บน้ำ (จังหวัดอุบลราชธานี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
6) การปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำด้วยการเพิ่มระดับเก็บกักน้ำ ของอ่างเก็บน้ำขึ้นอีก 1.00 เมตร ตามแผนที่จะดำเนินการนั้น อาจเพิ่มเติมด้วยการทำฝายพับ เพื่อเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนได้เพิ่มขึ้น (กรมชลประทาน)
จุดที่ 2 โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านราษฎร์เจริญอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลอ่างศิลา อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีข้อสั่งการและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสกรณ์ ดังนี้
1) การถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่น ขอให้ดำเนินการทำข้อตกลงให้ชัดเจนก่อนการส่งมอบ ทั้งในเรื่องของโครงการฯ อุปกรณ์ ค่ากระแสไฟ การบำรุงรักษา (กรมชลประทาน)
2) การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ และ คลองส่งน้ำ ต้องขอความร่วมมือจากผู้รับประโยชน์ เกษตรกรในพื้นที่ กลุ่มผู้ใช้น้ำ ต้องช่วยกันดูแลรักษา ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีขอบคันคลองส่งน้ำ มีวัชพืชขึ้นต้องมีการมอบหมายความรับผิดชอบคนละ 100- 200 เมตร ในการกำจัด เพื่อป้องกัน ไม่ให้วัชพืช ลามลงในคอลง อาจกัดเซาทำลาบผนังคลองได้ และการสูบน้ำต้องพิจารณาคุณสมบัติของท่อและเครื่องสูบน้ำ อาจต้องมีการบริหารจัดการเวลาในการสูบ หากดำเนินการสูบต้อเนื่องอาจส่งผลเสียต่อเครื่อง ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง (ประชาชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ ท้องถิ่น)
3) การต่อยอดทางการเกษตร จะทำอาชีพเสริมใด เพื่อให้คุ้มค่ากับการจ่ายค่ากระแสไฟฟ้า (หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์)
4) การใช้กระบือในการไถนา ควรสนับสนุนให้เกษตรกรเข้ารับการอบรมด้วย ณ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นโรงเรียนสำหรับฝึกกระบือให้สามารถไถนาและทำงานด้านการเกษตรกรรม และสอนเกษตรกรใช้กระบือทำการเกษตรให้สามารถทำงานร่วมกับกระบือได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลกระบือให้มีสุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้จะเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องวิถีชีวิต ความเป็นอยู่แบบพื้นบ้าน ที่เรียบง่าย และการใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย (กรมปศุสัตว์)

x
  • รวมเว็บไซต์ทั้งหมด
  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง