ปลัดเกษตรฯ เปิดการฝึกอบรม หลักสูตร นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับกลาง รุ่นที่ 118 มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากร เสริมทักษะการบริหาร เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม หลักสูตร นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับกลาง (นบก.) รุ่นที่ 118 และบรรยายพิเศษ หัวข้อ “การขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” โดยมี ดร.ยุทธภูมิ ประสมทรัพย์ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มวิชาการและหลักสูตร สถาบันเกษตราธิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางสาวสิริมา แจ้งกระจ่าง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพฯ และผู้เข้าอบรมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 110 คน เข้าร่วม ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร มุ่งส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ตลอดจนเพิ่มพูนความรู้ด้านเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โอกาสนี้ ผมขอให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านให้ความสนใจรับฟังการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากวิทยากร ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมการฝึกปฏิบัติด้วยความตั้งใจ เพื่อนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้ในการพัฒนางานและพัฒนาตนเอง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจขององค์กร” นายวิณะโรจน์ กล่าว
สำหรับการฝึกอบรมหลักสูตร นบก. มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ นักบริหารฯ ระดับกลาง พร้อมทั้งพัฒนาแนวคิด วิธีการทำงาน การสื่อสาร และการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารงานภาครัฐที่มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังมุ่งเสริมสร้างภาวะผู้นำ ทักษะ และสมรรถนะทางการบริหาร เพื่อรองรับภารกิจที่สูงขึ้นในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมประกอบด้วยข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคลากรจากองค์การมหาชนในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเป็นข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ หรือประเภททั่วไป ระดับอาวุโส รวมถึงข้าราชการระดับชำนาญการ ซึ่งต้องดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการที่เป็นข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (HiPPS) มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี