รองปลัดนฤมล ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 38 ผลักดันนโยบายเกษตรไทย ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย ชูบทบาทไทยสู่สากล
20 เม.ย. 2569
350
0
รองปลัดนฤมลร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการประชุมสมัชชาเอฟ
รองปลัดนฤมล ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 38 ผลักดันนโยบายเกษตรไทย ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย ชูบทบาทไทยสู่สากล

    นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (FAO Regional Conference for Asia and Pacific) ครั้งที่ 38 โดยมี นางสาวปทุมวดี อิ่มทั่ว อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงโรม ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้กล่าวรายงาน (Rapporteur) ของการประชุมฯ ตอกย้ำบทบาทนำของไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค พร้อมด้วย ผู้แทนสำนักการเกษตรต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุม ณ บรูไนดารุสซาราม สำหรับการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอฯ ครั้งที่ 38 จัดขึ้นเพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์และการดำเนินงานของประเทศสมาชิก รวมถึงมุ่งเน้นการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อพัฒนาระบบเกษตรและอาหาร (Agrifood Systems) เพื่อส่งเสริมเป้าหมายหลักในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งเน้นย้ำความสำคัญของความปลอดภัยอาหาร การบริหารจัดการทรัพยากร การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน โดยมีวาระสำคัญ อาทิ State of Food and Agriculture in Asia and the Pacific region, Strengthening resilience of agri-food systems, Strategic foresight diagnosis of driving trends, scenarios, challenges, and strategic policy options to trigger transformation and From farm to market: Aligning plant health and food safety systems in Asia and the Pacific

    รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพดิน และอยู่ระหว่างการเร่งรับมือกับความท้าทายด้านความเสื่อมโทรมของดิน อันเป็นผลมาจากการใช้ที่ดินและสภาพภูมิอากาศที่ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรรายย่อยที่เป็นภาคส่วนสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งนำเสนอนโยบายการปฏิรูปที่ดิน การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมอำนาจต่อรองของเกษตรกร โดยมุ่งเน้นยุทธศาสตร์ในการสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรายย่อย การส่งเสริมสุขภาพดินภายใต้โครงการเกษตรสีเขียว (Go Green) และการนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาใช้ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อาหารแบบ "จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร" เพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยมุ่งหวังที่จะสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนและยืดหยุ่นผ่านความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อส่งต่อทรัพยากรที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป

    นอกจากนี้ สำหรับการลงทุนทางการเกษตรจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพของเกษตรกรการปรับเปลี่ยนระบบเกษตรและอาหารและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อบริหารจัดการทางการเงิน ในส่วนของประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ การส่งเสริมเครื่องมือทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่ รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยมีโครงการ Thai Rice: Strengthening Climate-Smart Rice Farming Project ซึ่งมีการให้เงินทุนอุดหนุนและสินเชื่อผ่อนปรนผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกว่า 250,000 ราย ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการเงินแบบผสมผสานที่ใช้ทรัพยากรทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อขยายผลลัพธ์ให้กว้างขวางขึ้น และแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะบูรณาการร่วมกับ เอฟ เอ โอ และพันธมิตรทุกภาคส่วนต่อไปอีกด้วย

x
  • รวมเว็บไซต์ทั้งหมด
  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง