นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาพื้นที่การเกษตรนวัตกรรมและเกษตรกรรุ่นใหม่ในเขตเมืองและพื้นที่ต่อเนื่อง ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 134–135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการ พร้อมพิจารณาแนวทางนำพื้นที่ว่าง พื้นที่รกร้าง และพื้นที่เกษตรที่ใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มาพัฒนาเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เชื่อมโยงการผลิตกับตลาด และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาคการเกษตร
ที่ประชุมรับทราบผลการคัดเลือกและจัดทำแปลงตัวอย่าง พร้อมแผนพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ และข้าว รวมทั้งหารือแนวทางบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบน้ำ เทคโนโลยีการผลิต และการบริหารจัดการแปลงให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ โดยมุ่งพัฒนารูปแบบการเกษตรที่ตอบโจทย์ตลาดเมือง ยกระดับพื้นที่เป็นแหล่งผลิตอาหารคุณภาพ สร้างรายได้ให้แก่เจ้าของที่ดินและเกษตรกร ตลอดจนลดการปล่อยพื้นที่รกร้างและการเพาะปลูกที่ขาดการดูแลตามหลักวิชาการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้ครอบคลุมเกษตรสมัยใหม่และเกษตรนวัตกรรม อาทิ โรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมอัจฉริยะ ระบบน้ำและปุ๋ยอัตโนมัติ ระบบปลูกพืชแนวตั้ง ไฮโดรโปนิกส์ อควาโปนิกส์ ศูนย์การเรียนรู้การเกษตร รวมถึงแปลงผลิตต้นกล้า ท่อนพันธุ์ และเมล็ดพันธุ์คุณภาพ เนื่องจากหลักเกณฑ์ปัจจุบันยังเน้นรองรับเกษตรกรรมรูปแบบดั้งเดิม จึงอาจไม่ครอบคลุมกิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยีหรือมีรูปแบบการใช้พื้นที่แตกต่างจากแปลงเกษตรทั่วไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมให้ความเห็นต่อแนวทางเพิ่มเติมกิจกรรมเกษตรนวัตกรรมในบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย พร้อมเสนอให้กำหนดหลักเกณฑ์ขั้นต่ำของแต่ละกิจกรรมให้ชัดเจน เช่น พื้นที่ใช้สอย ระบบจัดการน้ำและปุ๋ย และผลผลิตต่อพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการรับรองของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสร้างแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินและภาคเอกชนนำพื้นที่ว่างกลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะนำความเห็นและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปประกอบการยกร่างประกาศ เพื่อเสนอต่อกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยตามขั้นตอนต่อไป