เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee on Agriculture: COAG) ครั้งที่ 30 ที่ประชุมมีการพิจารณาวาระสำคัญด้านการพัฒนาชนบท การเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน โดยประเทศไทยร่วมขับเคลื่อนประเด็นสำคัญทั้งด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการอนุรักษ์ทรัพยากรดินในเวทีดังกล่าว พร้อมทั้งสนับสนุนเยาวชน เกษตรกรสตรี เกษตรกรรายย่อย และเกษตรกรครอบครัวเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาชนบทและการสร้างระบบเกษตรและอาหารที่เข้มแข็ง
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับรายได้เกษตรกรผ่านนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูงและโมเดลเศรษฐกิจ BCG รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพสตรีและเยาวชนผ่านโครงการ Young Smart Farmer และกลุ่มสตรีเกษตรกร ตลอดจนเสริมความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกรและระบบส่งเสริมการเกษตร เพื่อเพิ่มการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี แหล่งทุน และตลาด พร้อมยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับ FAO และประเทศสมาชิก เพื่อขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น และยั่งยืน
นอกจากนี้ สำหรับข้อเสนอการจัดตั้ง “ทศวรรษแห่งสุขภาพดินแห่งสหประชาชาติ (United Nations Decade on Soil Health 2031–2040)” ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทในฐานะ Champion Country ในการผลักดันข้อเสนอดังกล่าว ที่ประชุมได้เห็นชอบให้เสนอร่างข้อมติต่อการประชุมสภามนตรี FAO (FAO Council) ครั้งที่ 182 ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ (FAO Conference) และ UNGA เพื่อพิจารณาในลำดับต่อไป
ขณะเดียวกัน ผลการประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของข้อเสนอ United Nations Decade on Soil Health ที่ไทยได้ริเริ่มและผลักดันอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบความร่วมมือสมัชชาเครือข่ายดินโลก (Global Soil Partnership: GSP) สะท้อนการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศต่อบทบาทเชิงรุกของไทยในการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรดิน เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังได้พิจารณาประเด็นด้านการเกษตรที่สำคัญ อาทิ การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการด้านปศุสัตว์ การส่งเสริมการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างรับผิดชอบ การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบบูรณาการ และการติดตามผลการดำเนินงานด้านการเกษตรของ FAO อีกด้วย