นายสุรชัย ยุทธชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานโครงการตามแผนการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 (จังหวัดกระบี่)
วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายสุรชัย ยุทธชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานโครงการตามแผนการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 (Monitoring and Evaluation) เขตตรวจราชการที่ 6 ณ ห้องประชุมปลายพระยา ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของกระทรวงฯ พร้อมรับทราบปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่ โดยที่ประชุมได้รับทราบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งการดำเนินงานตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ก่อนร่วมกันพิจารณาความก้าวหน้าของโครงการภายใต้แผนการตรวจราชการ รอบที่ 2 ตามนโยบายสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่
1)การยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
2)การเพิ่มรายได้เกษตรกร
3)การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร
4)การตลาดนำการผลิต
5)การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
6)ประเด็นสำคัญอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย
1.การสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์
2.โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
3.ภัยพิบัติด้านการเกษตร
4.โครงการบูรณาการพัฒนาการเกษตรของจังหวัด
ช่วงเวลา 13.00 ลงพื้นที่รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมทั้ง เยี่ยมชมกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานและเศรษฐกิจพอเพียง วิสาหกิจชุมชนข้าวไร่พัฒนาตำบลเขาดิน เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับภาคประชาชนในการพัฒนาเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยสามารถพัฒนาห่วงโซ่การผลิตข้าวไร่หอมหัวบอนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่ม การลดต้นทุนการผลิต การอนุรักษ์์ทรัพยากรธรรมชาติ และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบของจังหวัดกระบี่และเป็นจุดศึกษาดูงานของหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนมีสมาชิกประมาณ 80 ราย มีพื้นที่ปลูกข้าวไร่รวมประมาณ 300 ไร่ต่อปี สามารถผลิตข้าวเปลือกได้ประมาณ 100–110 ตันต่อปี สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์หลังการแปรรูปมากกว่า 2 ล้านบาทต่อปี โดยมีช่องทางจำหน่ายทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ทั่วประเทศ