การประชุมหารือ “อ่างทองเวลเนสซิตี้ รำมะสักเมืองแห่งสุขภาวะ” ณ กลุ่มแม่บ้านสมุนไพรรำมะสัก ตำบลรำมะสัก อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานการประชุมหารือ “อ่างทองเวลเนสซิตี้ รำมะสักเมืองแห่งสุขภาวะ” ณ กลุ่มแม่บ้านสมุนไพรรำมะสัก ตำบลรำมะสัก อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง โดยมีนางวินดา เหลี่ยมสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยนายณัฐนนท์ ปินคำ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
นางสาวเพลินตา ทับฤทธิ์ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม
รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้กล่าวว่า แนวคิดในการพัฒนารำมะสักให้เป็นเมืองแห่งสุขภาวะ มีเหตุผลสำคัญ 2 ประการ ได้แก่
- ประการแรก รำมะสักมีศักยภาพด้านสมุนไพร และเป็นแหล่งปลูกสมุนไพรใหญ่ที่สุดของจังหวัดอ่างทอง และ
- ประการที่สอง รำมะสักมีพื้นที่สวนสาธารณะริมน้ำที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวและการส่งเสริมสุขภาพได้
ทั้งนี้ จังหวัดอ่างทองมีแนวคิดการพัฒนาจังหวัดให้เป็น “Wellness Ecosystem” หรือระบบนิเวศด้านสุขภาวะ โดยใช้ศักยภาพของพื้นที่รำมะสักเป็นต้นแบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างเส้นทางการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ และบริการด้าน Wellness ที่ครอบคลุมทั้งสมุนไพร อาหาร การนวด และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ โดยการดำเนินการดังกล่าวจะอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่ให้สามารถรองรับการศึกษาดูงาน การท่องเที่ยว และกิจกรรมด้านสุขภาพและกีฬา รวมทั้งผลักดันให้รำมะสักเป็น “เมืองแห่ง Wellness” ซึ่งมีโอกาสในการพัฒนาและต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านสมุนไพรต้นแบบ โดยมีกิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวคิด Wellness เช่น การอาบป่า (Forest Bathing) และ Grounding ตลอดจนการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ วิถีชุมชน และอัตลักษณ์ของจังหวัดอ่างทอง
ในการนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงความร่วมมือ และเสนอแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
1. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง และสำนักงานเกษตรอำเภอโพธิ์ทอง ร่วมดำเนินการฝึกอบรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย โดยการนำพืชสมุนไพรมาปลูกในแปลงต้นแบบ ตลอดจนการจัดทำ Package ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าสมุนไพร ของจังหวัดอ่างทอง ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพ (สมุนไพร) จังหวัดอ่างทอง
2. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอ่างทอง ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม เช่น ลูกประคบ และผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่าง ๆ โดยส่งเสริมการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและผู้ใช้บริการ
3. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอ่างทอง ดำเนินการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การอบรมจัดทำแผนธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการตลาด รวมทั้งการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และสร้างตลาดชุมชน โดยมีแนวคิดในการจัดกิจกรรมตลาดชุมชนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
4. สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอ่างทอง สนับสนุนการออกแบบและพัฒนาอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ อาทิ การออกแบบโลโก้ การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า ตลอดจนการให้คำปรึกษาแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน
5. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง สนับสนุนการอบรมและสาธิตด้านการนวด รวมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนวดแผนไทย การ Reskill และ Upskill ผู้ให้บริการ ตลอดจนการดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตการนวดให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงการประยุกต์รูปแบบการให้บริการ เช่น การปรับเปลี่ยนจากการนวดในห้องมาเป็นการนวดในบรรยากาศริมคลอง เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้บริการ
6. ภาคเอกชน ผู้จัดโปรแกรมการท่องเที่ยว ร่วมเสนอแนวทางการออกแบบและจำหน่ายโปรแกรมหรือแพ็กเกจการท่องเที่ยว รวมทั้งพิจารณาประเด็นด้านใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว และการจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน
7. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง สนับสนุนการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดโปรแกรมการท่องเที่ยวของพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัดอ่างทอง
8. นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง สนับสนุนการเชื่อมโยงและค้นหากลุ่มเป้าหมายทางการตลาด เพื่อให้โปรแกรมการท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจด้านสุขภาพ ธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิง Wellness
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวของจังหวัดอ่างทองว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนสูง แต่ควรเน้นการใช้ธรรมชาติและศักยภาพของชุมชนเป็นจุดขาย โดยนำต้นทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต สมุนไพร อาหาร และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่มาผสมผสานให้เกิดเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างอัตลักษณ์และจุดเด่นให้จังหวัดอ่างทอง ก้าวไปสู่การเป็นเมืองแห่งสุขภาวะ (Wellness City) อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
***************************************************
#สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง.
#พิรุณสาร #MOAC #จังหวัดอ่างทอง
#สมุนไพร #อ่างทองเวลเนสซิตี้ #รำมะสักเมืองแห่งสุขภาวะ #กลุ่
มแม่บ้านสมุนไพรรำมะสัก