สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการวิทยุ “เกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ
4 ก.ย. 2569
33
0
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการวิทยุ “เกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 13.00 - 13.30 น.

     นางสาววันลีย์ เจริญวิทย์ธนเดช เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ นางสาวณัฐฐิญา สุทธภักดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร  พร้อมด้วย นางสาวเบญญาภา กุลดิถี เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ดำเนินรายการ “เกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์” ประชาสัมพันธ์ข่าวสารดังนี้

     1. ชุดพระพิรุณสนธิกำลังด่านกักกันสัตว์-ตำรวจ ตรวจยึดกระบะซุกหนังหมูแช่แข็ง 2 ตัน ริมทางหลวงธาตุพนม ย้ำเดินหน้าปราบสินค้าเกษตรเถื่อนปกป้องเกษตรกรและผู้บริโภค

         เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางการเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) รายงานผลการปฏิบัติการสนธิกำลังร่วมตรวจยึดของกลางหนังหมูแช่แข็ง น้ำหนักรวมประมาณ 2,000 กิโลกรัม บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 3015 บริเวณหัวสะพานบ้านน้ำก่ำ ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

         ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางการเกษตรและอาหารพระพิรุณ โดยได้สั่งการให้ "เจ้าหน้าที่ชุดพระพิรุณ" ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย ตชด.235 และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรธาตุพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการตรวจสอบ ณ สถานที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถร่วมกันตรวจยึดของกลางได้ 2 รายการ ประกอบด้วย 1. รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ Isuzu รุ่น D-max สีขาว หมายเลขทะเบียน ผพ 5492 อุดรธานี 2. หนังหมูแช่แข็ง บรรจุในกระสอบพลาสติกสานสีเขียว บรรทุกมาในรถยนต์ของกลางรายการที่ 1 จำนวน 99 กระสอบ กระสอบละประมาณ 21 กิโลกรัม รวมหนังหมูแช่แข็งทั้งหมดประมาณ 2,000 กิโลกรัม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

         ทั้งนี้ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางการเกษตรและอาหารพระพิรุณ ได้เน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญของหน่วยงาน ในการเดินหน้ากวาดล้างและปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อนอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการปกป้องพี่น้องเกษตรกรภายในประเทศไม่ให้ได้รับผลกระทบจากกลไกราคาที่บิดเบือน รวมทั้งเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย ป้องกันอันตรายจากสินค้าเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ผ่านการตรวจสอบโรคตามกระบวนการทางกฎหมาย

     2. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ประกาศรับสมัครพนักงานขับรถยนต์ จำนวน 6 อัตรา เงินเดือน 11,000 บาท/เดือน คุณสมบัติ เพศชาย อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 65 ปี วุฒิการศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า มีใบอนุญาตขับรถยนต์ตามกฎหมาย หากมีประสบการณ์การขับรถยนต์ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

        รับสมัครตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. – 4 ก.ย. 69 ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ วันที่ 10 ก.ย. 69 กำหนดการสอบ วันที่ 17 ก.ย. 69 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-4561-2746 สถานที่ติดต่อ 18 หมู่ 6 ถนนศรีสะเกษ-กันทรลักษ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000

     3. ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ เปิดรับสมัครเกษตรกร และผู้ประกอบการค้าข้าว โครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร ปีการผลิต 2569/70 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่  24 สิงหาคม – 25 กันยายน 2569

         คุณสมบัติผู้สมัคร กลุ่มเกษตรกร เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ Organic Thailand ภายใต้โครงการส่งเสริมของกรมการข้าว กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ต่างประเทศ กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าว GAP สำหรับการผลิตข้าวเปลือก ภายใต้โครงการส่งเสริมของกรมการข้าว

         ผู้ประกอบการค้าข้าว ผู้ประกอบการโรงสีข้าว ผู้ส่งออกข้าว สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ/เอกชน ที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบ ผู้ประกอบการค้าข้าวต้องขึ้นทะเบียนใบอนุญาตประกอบการค้าข้าวตาม พ.ร.บ. การค้าข้าว พ.ศ. 2489 ผู้ประกอบการที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

         กรณีเป็นโรงสีข้าว ต้องได้รับมาตรฐาน GMP, HACCP, USDA, EU, ISO 22000 มาตรฐานอินทรีย์สำหรับโรงสี หรือมาตรฐานอื่น ๆ ใบรับรองต้องเหลืออายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ณ วันปิดรับสมัคร

         ขั้นตอนการสมัคร 1. ตรวจสอบคุณสมบัติ 2. เตรียมเอกสาร 3. ยื่นใบสมัคร ภายในวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ

         สอบถามเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ กลุ่มพัฒนาธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ 151 หมู่ 1 ตำบลหมากเขียบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000

     4. เปลี่ยนกิ่งไม้เป็นเงิน เปิดสูตรลับย้อมไหม ‘ศรีลำดวน’ อัปราคาผ้าทออีสาน

        กิ่งและใบสดของ "ต้นลำดวน" สร้างมูลค่าเพิ่มให้เส้นไหม กรมหม่อนไหม กางคัมภีร์ภูมิปัญญาย้อมสีธรรมชาติ "ศรีลำดวน" ดึงโทนสีเหลืองน้ำตาลสุดคลาสสิก ดันขึ้นแท่น 1 ใน 5 ผ้าทอ "เบญจศรี" เกรดพรีเมียมแห่งศรีสะเกษ ทำง่าย ลดต้นทุน แถมตลาดกำลังตามหา

        นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม ชี้เป้าความสำเร็จของกลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านนวลละออ ตำบลละเอาะ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ ที่หยิบเอาเอกลักษณ์ของ "ต้นลำดวน" ต้นไม้ประจำจังหวัด มาสกัดเป็นสีธรรมชาติย้อมเส้นไหม จนเกิดเป็นผ้าทอ "ศรีลำดวน" ซึ่งเป็น 1 ในคอลเลกชันผ้าทอ "เบญจศรี" อันเลื่องชื่อ (ศรีมะเกลือ, ศรีมะดัน, ศรีกุลา, ศรีลาวา, ศรีลำดวน) ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่หลงใหลในงานคราฟต์และผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

        สำหรับผู้ที่สนใจนำภูมิปัญญานี้ไปต่อยอดสร้างรายได้ กรมหม่อนไหมได้เปิดเผยเทคนิคการย้อมที่สามารถทำตามได้จริง ดังนี้

            1) สกัดสีจากธรรมชาติ นำใบสดและกิ่งลำดวนมาสับ ต้มนาน 90 นาที แล้วกรองเอาเศษกากออก (สัดส่วน: เส้นไหม 1 กก. ต่อน้ำสี 30 ลิตร)

            2) เตรียมเส้นไหม ละลายสารส้มในน้ำร้อน (เส้นไหม 1 กก. ต่อสารส้ม 150 กรัม) นำเส้นไหมลงแช่ประมาณ 20 นาที

            3) เทคนิคย้อมเย็น แบ่งน้ำสีออกเป็น 2 ส่วน นำเส้นไหมลงแช่ในน้ำสีส่วนแรกนาน 20 นาที

            4) เตรียมน้ำย้อมร้อน ยกเส้นไหมขึ้น จากนั้นนำน้ำสีย้อมเย็นไปต้มรวมกับน้ำสีส่วนที่ 2 เพื่อเตรียมย้อมร้อน

            5) ลงหม้อย้อมร้อน นำเส้นไหมลงย้อมร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส นาน 90 นาที โดยต้องหมั่นกลับเส้นไหมบ่อย ๆ เพื่อให้สีติดสม่ำเสมอ

            6) ทำความสะอาด ยกขึ้นผึ่งให้เย็น ล้างด้วยน้ำอุ่นตามด้วยน้ำเย็นจนกว่าน้ำจะใส (สามารถเติมทีโพลล์ช่วยล้างได้) จากนั้นนำไปกระตุกและผึ่งแห้ง ก็จะได้เส้นไหมสีเหลืองน้ำตาลพร้อมนำไปทอ เทคนิคนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการใช้สีเคมี แต่ยังเป็นการสร้างจุดขายที่แตกต่าง ดึงเอาทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวมาสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบันผ้าทอศรีลำดวนกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการอัปเกรดสินค้าเกษตรท้องถิ่นสู่ตลาดมูลค่าสูงได้อย่างแท้จริง

     5. เตือนภัยการเกษตร

         1) ระวังโรคแอนแทรคโนส หรือโรคกุ้งแห้งในพริก ในช่วงที่มีฝนตกชุกและความชื้นในอากาศสูง เชื้อราสามารถแพร่ระบาดและทำให้ผลพริกเน่าเสีย ส่งผลต่อคุณภาพและผลผลิต

         ลักษณะอาการ ผลพริกมี จุดแผลสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลดำ มักเริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วขยายใหญ่ขึ้น แผลมีลักษณะ ยุบตัวเป็นวงกลม และอาจพบวงแหวนซ้อนกัน เมื่อโรครุนแรง ผลพริกจะ เน่าแห้ง เหี่ยวย่น และแขวนคาต้น มีลักษณะคล้ายกุ้งแห้ง ในสภาพอากาศชื้น อาจพบกลุ่มสปอร์สีส้มอมชมพูบริเวณแผล

         แนวทางป้องกันและควบคุม หมั่นสำรวจแปลงพริกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังฝนตก เก็บผลพริกที่เป็นโรคออกจากแปลงและนำไปทำลาย หลีกเลี่ยงการปลูกพริกหนาแน่น ควรจัดระยะปลูกให้มีอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบพ่นฝอยหรือให้น้ำโดนผลและใบโดยตรง ใช้เมล็ดพันธุ์ที่สะอาดและปราศจากเชื้อโรค หากพบการระบาด ควรใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช

         2) เฝ้าระวัง “หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด” โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ระยะต้นอ่อน หากระบาดรุนแรงสามารถสร้างความเสียหายต่อใบและยอด ส่งผลให้ต้นข้าวโพดชะงักการเจริญเติบโตและผลผลิตลดลง

          ลักษณะการเข้าทำลาย หนอนกัดกินใบ ทำให้ใบเป็นรูหรือขาดเป็นแหว่ง มักพบหนอนและมูลหนอนบริเวณ ยอดและกาบใบ ใบยอดที่ถูกทำลายรุนแรงอาจมีลักษณะเป็นรูพรุนและขาดเป็นริ้ว ต้นข้าวโพดอายุน้อย หากถูกทำลายมากอาจชะงักการเจริญเติบโต

            แนวทางป้องกันและควบคุม หมั่นสำรวจแปลง โดยเฉพาะข้าวโพดระยะต้นอ่อน หากพบกลุ่มไข่หรือหนอน ให้เก็บทำลายทันที ใช้วิธีควบคุมแบบผสมผสาน เช่น การใช้ศัตรูธรรมชาติร่วมกับวิธีอื่น หากพบการระบาดรุนแรง ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงที่มีประสิทธิภาพ ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและฉลากอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการใช้สารชนิดเดิมซ้ำๆ ควรสลับกลุ่มสารเพื่อลดความเสี่ยงต่อการดื้อสาร

         3) ระวัง “เพลี้ยแป้งในมะละกอ” เป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญของมะละกอ มักพบระบาดในช่วงที่อากาศ ร้อนและแห้งแล้ง โดยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ยอดอ่อน กิ่ง และผล ทำให้ต้นมะละกอชะงักการเจริญเติบโตและผลผลิตเสียหาย

            ลักษณะการเข้าทำลาย พบตัวเพลี้ยแป้งปกคลุมด้วย ผงสีขาวคล้ายแป้ง บริเวณใบ ยอด ก้านใบ และผล ใบและยอดอ่อนหงิกงอ เหลือง และเจริญเติ บโตไม่สมบูรณ์ ผลมะละกออาจมีรอยช้ำหรือผิวไม่สวย เพลี้ยแป้งขับถ่ายน้ำหวาน ทำให้เกิด ราดำ ปกคลุมส่วนต่างๆ ของพืช มดอาจเข้ามาอาศัยและช่วยพาเพลี้ยแป้งแพร่กระจาย

            แนวทางป้องกันและควบคุม หมั่นสำรวจต้นมะละกอ โดยเฉพาะบริเวณยอดอ่อน ใต้ใบ และผล ตัดส่วนที่พบเพลี้ยแป้งมากออก และนำไปทำลายนอกแปลง ควบคุมมดในแปลง เนื่องจากมดมีส่วนช่วยแพร่กระจายเพลี้ยแป้ง ดูแลแปลงให้สะอาดและกำจัดวัชพืชที่อาจเป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ยแป้ง หากพบการระบาดรุนแรง ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและฉลากอย่างเคร่งครัด

     6. ประชาสัมพันธ์กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน

          วัตถุประสงค์ของกองทุน

          1) เพื่อปลดเปลื้องหนี้สินและไถ่/ไถ่ถอนที่ดินหรือซื้อที่ดินคืน

          2) เพื่อซื้อที่นาเช่าตาม พรบ.การเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม

          3) เพื่อการประกอบอาชีพ (ลูกหนี้รายเดิม)

          ผู้มีสิทธิขอความช่วยเหลือ

          1) เป็นเกษตรกร หรือผู้ยากจน หรือเป็นบิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร ของเกษตรกรหรือผู้ยากจน อายุไม่เกิน 60 ปี หากมีอายุเกิน 60 ปี ต้องมีผู้กู้ร่วม

          2) มีหนี้สินจากการนำที่ดินไปขายฝาก จำนอง หรือกู้ยืมเงิน

          3) มีความประสงค์จะซื้อที่นาเช่าตามสิทธิแห่งกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

          4) มีหนี้สินอันเกิดจากเหตุสุจริต จำเป็น และเป็นภาระหนัก

         ที่ดินที่จะไถ่ถอนหรือซื้อคืน

         1) ต้องเป็นที่ดินของเกษตรกรหรือผู้ยากจน หรือเป็นของบิดา มารดา หรือคู่สมรส หรือบุตร ของเกษตรกร หรือผู้ยากจน

         2) เอกสารสิทธิที่ดินที่สามารถขอความช่วยเหลือ ได้แก่ โฉนด น.ส.4 จ หรือ น.ส.3ก หรือ น.ส.3ข หรือ น.ส.3 เท่านั้น

         3) ที่ดินต้องไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรืออยู่ในเขตสงวนหวงห้ามของทางราชการ

         4) ที่ดินต้องไม่มีข้อจำกัดเรื่องการห้ามโอนเกิน 5 ปี

         5) กรณีสูญเสียสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแล้วเนื่องจากการขายฝาก หรือจำนอง หรือกู้เงิน ต้องไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่สูญเสียสิทธิหรือกรรมสิทธิ์นั้น กรณีเกินกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ผู้กู้ยืมต้องยังคงทำประโยชน์ ในที่ดินดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

        ประเภทเจ้าหนี้

        1) เจ้าหนี้นอกระบบ หรือเจ้าหนี้ที่เป็นบุคคลทั่วไป

        2) เจ้าหนี้นิติบุคคล ได้แก่ ธนาคารต่างๆ สหกรณ์ บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ประกอบธุรกิจ             

การให้กู้ยืม ซึ่งต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ชำระหนี้

        จำนวนเงินที่ให้ความช่วยเหลือ

        1) กู้เพื่อปลดเปลื้องหนี้สิน หรือซื้อที่ดินคืน หรือซื้อที่นาเช่า ไม่เกิน 2,500,000 บาท

        2) กู้เพื่อประกอบอาชีพไม่เกิน 100,000 บาท และเมื่อรวมกับข้อ 1) แล้ว ต้องไม่เกิน 2,500,000 บาท

        สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางชั้น 4 อำเภอเมืองศรีสะเกษ เบอร์โทร 045-612925 ติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ

x
  • รวมเว็บไซต์ทั้งหมด
  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง