หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ ของนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ภายใต้แนวคิด "Resilient Thailand“
10 ก.ย. 2569
52
0
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ ของนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ภายใต้แนวคิด "Resilient Thailand“
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ ของนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ภายใต้แนวคิด "Resilient Thailand“

หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ ของนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ภายใต้แนวคิด "Resilient Thailand“

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 14.30 น. นางสาวอิงอร ปัญญากิจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงานแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้แนวคิด "Resilient Thailand" โดยมีพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน งานแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ ของนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ภายใต้แนวคิด "Resilient Thailand : Strong Within. Resilient Beyond." ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพฯ

ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก พลเอก วสุ เจียมสุข รองปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอก ไวพจน์ เกิงฝาก รองผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ พลตำรวจเอก กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนผู้แทนจากส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น

 

สาระสำคัญของข้อเสนอเชิงนโยบายคณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 ได้ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่มีนัยสำคัญต่ออนาคตของประเทศ ภายใต้ข้อสังเกตว่า ปัญหาของประเทศไทยมิได้อยู่ที่การ "ขาดศักยภาพ" หากแต่อยู่ที่ ศักยภาพที่มีอยู่ยังไม่ถูกเชื่อมโยง และแปรเปลี่ยนเป็นขีดความสามารถของชาติได้อย่างเต็มที่ โจทย์สำคัญจึงเป็นการเปลี่ยนผ่านจาก Reactive Resilience หรือประเทศที่แก้ปัญหาเก่งเมื่อเกิดวิกฤติ ไปสู่ Proactive Resilience คือ ประเทศที่มองเห็นก่อน เตรียมพร้อมก่อน และมีทางเลือกก่อนวิกฤติจะเกิดขึ้น
ข้อเสนอประกอบด้วยขีดความสามารถหลัก 4 ด้าน ได้แก่
1. Resilient People ยกระดับทุนมนุษย์ตลอดช่วงวัย (Life-Course Human Capital Development)
ปรับการศึกษาสู่ฐานสมรรถนะ และเปลี่ยนระบบสุขภาพจาก Sick Care สู่ Health Creation เพื่อเพิ่มจำนวน
ปีสุขภาพดี (Healthy Life Expectancy) ต่อยอดสู่ Vitality Economy
2. Resilient Economy ใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็น Productivity Multiplier ชดเชยกำลังแรงงานที่ลดลง
ควบคู่กับการสร้าง Responsible AI และ AI Immunity พร้อมปรับห่วงโซ่อุปทานให้สมดุลระหว่าง
ประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น ยกระดับประเทศจาก Manufacturing Hub สู่ Resilient Hub of Asia
3. Resilient Energy สร้างสมดุลสามด้าน คือ ความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และความยั่งยืน ผ่าน Strategic Energy Portfolio โดยภาครัฐปรับบทบาทเป็น Strategic Enabler
4. Resilient Security & Political พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจาก Buying Platforms สู่ Building Capabilities ยกระดับกองทัพสู่การปฏิบัติการร่วม และเสริมความเข้มแข็งของสถาบันทางการเมือง ให้รองรับความเห็นต่างได้

x
  • รวมเว็บไซต์ทั้งหมด
  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง