กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงานในการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม บริหารจัดการน้ำต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร
2 ต.ค. 2569
97
0
กระทรวงเกษตรฯเดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงานในการเฝ้าระวัง
กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงานในการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม บริหารจัดการน้ำต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร

กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงานในการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม บริหารจัดการน้ำต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม บริหารจัดการน้ำ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร โดยมีทั้งการสนับสนุนเครื่องมือ บุคลากร การประเมินความเสียหาย และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็นในพื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเกษตรกร และเร่งฟื้นฟูการประกอบอาชีพหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 หน่วยงาน ผลการดำเนินงาน

สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ • อำนวยการและประสานการดำเนินงานระหว่างส่วนกลาง และในพื้นที่ประสบเหตุ เชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์และความเสียหาย ประสานหน่วยงานด้านน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามการดำเนินงานตั้งแต่การช่วยเหลือจนเข้าสู่ระยะฟื้นฟู

จัดทำฐานข้อมูลพื้นที่ปลอดภัยรองรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (Safe Area : SA) รายจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด เพื่อกำหนดพื้นที่รองรับการปฏิบัติงานและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยล่วงหน้า โดยใช้เป็นจุดประสานงาน จุดรวบรวมและขนส่งสิ่งของ และจุดอพยพ เพื่อให้สามารถรองรับและประสานการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์

กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำและเร่งระบายน้ำ โดยควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและป่าสักชลสิทธิ์ รวมทั้งประตูระบายน้ำพระนารายณ์ บริหารจัดการคลองและสถานีสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำ/อ่าวไทย และประสานกรุงเทพมหานครในพื้นที่รอยต่อเพื่อเร่งระบายน้ำและลดน้ำท่วมขัง รวมทั้งเตรียมความพร้อมและสนับสนุนเครื่องจักรและเครื่องมือช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้แก่ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 1,914 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 7 เครื่อง และรถขุดตีนตะขาบ 2 คัน พร้อมสนับสนุนหน่วยช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย

กรมส่งเสริมการเกษตร ใช้ Risk Map วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำและพื้นที่เกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรและประสานหน่วยงานในพื้นที่ รวมทั้งสำรวจความเสียหายรายแปลง ตรวจสอบข้อมูลและรับรองความเสียหาย จัดทำฐานข้อมูลความเสียหาย และเตรียมเมล็ดพันธุ์ 155,743 ซอง ต้นพันธุ์ 229,945 ต้น และชีวภัณฑ์/เชื้อจุลินทรีย์ประมาณ 9 ตัน สำหรับฟื้นฟูหลังน้ำลด

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ติดตามและรวบรวมข้อมูลสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และสมาชิกที่ได้รับผลกระทบ 29 จังหวัด 476 แห่ง 95,422 ราย ใช้ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) เชื่อมโยงเครือข่าย และจัดพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย รวมทั้งเตรียมมาตรการผ่อนผัน/ขยายเวลาชำระหนี้ สนับสนุนเงินทุนจาก กพส. 328 ล้านบาท และมาตรการชดเชยดอกเบี้ย

กรมประมง จัดชุดเฉพาะกิจพร้อมเจ้าหน้าที่ รถยนต์ 30 คัน และเรือตรวจการประมง 30 ลำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรยื่นขอรับความช่วยเหลือ และสำรวจความเสียหายด้านประมงเพื่อเร่งเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สนับสนุนรถบรรทุกลำเลียงสิ่งของ รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบิน สำหรับบินสำรวจและประเมินพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เข้าถึงได้ยาก

กรมปศุสัตว์ เตรียมและดำเนินการช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ในพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งดูแลสัตว์และสนับสนุนปัจจัยที่จำเป็น และในด้านการควบคุมโรค มีการเร่งควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าด้วยการฉีดวัคซีนรอบจุดเกิดโรค (Ring Vaccination) พร้อมเฝ้าระวังและควบคุมโรคในพื้นที่เสี่ยง

กรมพัฒนาที่ดิน สนับสนุนสารเร่งซุปเปอร์ พด. เพื่อช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมขัง บำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่น และจัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่หลังน้ำลด ให้คำแนะนำด้านการจัดการดิน พืช และน้ำ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร

กรมวิชาการเกษตร สนับสนุนองค์ความรู้และการฟื้นฟูการผลิต โดยเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชหลายชนิดเพื่อสนับสนุนเกษตรกรหลังน้ำลด และในด้านการเฝ้าระวังศัตรูพืช มีการติดตามสถานการณ์และให้คำแนะนำการป้องกันและควบคุมการระบาดในพืชสำคัญ

กรมหม่อนไหม จัดชุดเฉพาะกิจให้คำแนะนำการจัดการแปลงหม่อนและโรงเรือนเลี้ยงไหมให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทั้งการตัดแต่งกิ่ง การให้ปุ๋ยและธาตุอาหาร และการป้องกันโรคและศัตรูหม่อนและไหม

การยางแห่งประเทศไทย เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัย ทั้งเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 3,000 บาท เงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี และสนับสนุนปัจจัยยังชีพและการประกอบอาชีพ

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์และผลกระทบด้านการเกษตร เพื่อใช้ประกอบการติดตามและประเมินสถานการณ์ของกระทรวง

ทุกหน่วยงาน ร่วมสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม อาหารแห้ง ถุงยังชีพ และสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ รวมทั้งปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่

นอกจากนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้มอบหมายให้ นายวัชระพล ขาวขำ และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้ง 2 ท่าน ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในกำกับดูแล เพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชน และลดผลกระทบจากสถานการณ์อย่างเร็วที่สุด

สำหรับสถานการณ์น้ำและผลกระทบด้านการเกษตร (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ต.ค. 69) ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในวันที่ 4 – 7 ตุลาคม จะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จึงยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีน้ำประมาณ 62,492 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 82 มีน้ำใช้การประมาณ 38,515 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 73 และยังสามารถรับน้ำได้อีกประมาณ 14,286 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำที่นครสวรรค์ยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.99 เมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงยังติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับการบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

ขณะเดียวกัน ยังมีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหลายพื้นที่ (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 69) ด้านพืชได้รับผลกระทบ 42 จังหวัด เกษตรกรประมาณ 127,000 ราย และพื้นที่ประมาณ 1.52 ล้านไร่ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตาม สำรวจความเสียหาย และเตรียมการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

 

 

x
  • รวมเว็บไซต์ทั้งหมด
  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง