สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569  
6 พ.ย. 2569
32
0
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569  

 

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 - 13.30 น. ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ

     นางสาววันลีย์ เจริญวิทย์ธนเดช เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ นางสาวณัฐฐิญา สุทธภักดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร พร้อมด้วย นางสาวเบญญาภา กุลดิถี เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ดำเนินรายการเกษตรและสหกรณ์สัมพันธ์ ร่วมกับ นายดำรงศักดิ์ วาทบัณฑิตกุล หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารดังนี้

     1. วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี

        วันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริที่จะคิดค้น วิจัย หาวิธีการทำฝนหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่ประสบภัยแล้ง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 เฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน ในฐานะทรงเป็น "พระบิดาแห่งฝนหลวง" และกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น "วันพระบิดาแห่งฝนหลวง" เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และจารึกไว้เป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย      

        เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริโครงการฝนหลวงขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ทรงศึกษาค้นคว้าและวิจัย ทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการ อุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ โครงการพระราชดำริฝนหลวงเป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ซึ่งต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค และใช้ในการเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้งที่มีสาเหตุจากความผันแปร และคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าช้าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติ หรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วงฤดูฝน จากพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นับแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทำให้ทรงพบเห็นว่าภาวะแห้งแล้งได้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามลำดับ เพราะการตัดไม้ทำลายป่า เป็นสาเหตุให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร ในทุกภาคของประเทศ ส่งผลถึงความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมของชาติ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี 

        ทั้งนี้ ระหว่างทางที่เคยเสด็จพระราชดำเนิน ทั้งภาคพื้นดิน และทางอากาศยาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสังเกตเห็นว่า มีเมฆปริมาณมากปกคลุมท้องฟ้า แต่ไม่สามารถก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ เป็นเหตุให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงระยะยาว ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงฤดูฝน ทรงคิดคำนึงว่า น่าจะมีมาตรการทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้เมฆเหล่านั้นก่อรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนได้ ทรงเชื่อมั่นว่า ด้วยลักษณะของกาลอากาศ ภูมิอากาศ และภูมิประเทศของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อน และอยู่ในอิทธิพลของฤดูมรสุมของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นฤดูฝน และเป็นฤดูเพาะปลูกประจำปีของประเทศไทย จะสามารถดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดเป็นฝนตกได้ ดังนั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้า และวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ

        จนทรงมั่นพระราชหฤทัย ก่อนพระราชทานแนวคิดนี้แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น และในปีถัดมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หาลู่ทางที่จะทำให้เกิดการทดลองปฏิบัติการบนท้องฟ้า กระทั่งในปี พ.ศ. 2512 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งหน่วยบินปราบศัตรูพืชกรมการข้าว เพื่อให้การสนับสนุนในการสนองพระราชประสงค์ โดยในปีเดียวกันนั้นเอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทำการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เป็นผู้อำนวยการโครงการและหัวหน้าคณะปฏิบัติการทดลองคนแรก และเลือกพื้นที่วนอุทยานเขาใหญ่เป็นพื้นที่ทดลองแห่งแรก

        ต่อมา ได้มีปฏิบัติการโดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้ง ขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลองในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเมฆทดลองเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอดสูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ในเวลาอันรวดเร็วแล้ว และจากการติดตามผลโดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน ก็ได้รับรายงานยืนยันจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่บริเวณวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด การทดลองดังกล่าวจึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่บ่งชี้ให้เห็นว่า การบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และความสำเร็จดังกล่าวยังส่งผลให้มีการพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดโครงการฝนหลวงมาจนถึงปัจจุบัน

        ในการนี้ จังหวัดศรีสะเกษ โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ได้กำหนดจัดพิธีถวายราชสักการะวางพานพุ่มดอกไม้สด พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2569 เวลา 07.00 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ 60 ปี โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 29 ศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

     2. การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

        หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต

        หลักเกณฑ์

        1) เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มีหน้าที่แจ้งขอขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือสามารถดำเนินการปรับปรุงข้อมูลด้วยตนเองผ่านทางระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

        2) กรณีมีการย้ายสถานที่เลี้ยงสัตว์ ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องแจ้งยกเลิกสถานที่เลี้ยงสัตว์เดิม และยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ใหม่ ณ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือสามารถปรับปรุงข้อมูลได้ด้วยตนเองผ่านทางระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

        ผู้ขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มีคุณสมบัติดังนี้

        1) กรณีเป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย และอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์

        2) กรณีเป็นนิติบุคคลต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

        3) หน่วยงานราชการ วัด โรงเรียน และสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

        4) เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มีการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ โคเนื้อ โคนม กระบือ สุกร ไก่ เป็ด แพะ แกะ

        ช่องทางการให้บริการ

        1) ติดต่อด้วยตนเอง ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอที่เกษตรกรทำการเลี้ยงสัตว์ ในวันเวลาราชการ หรือ จุดนัดหมายที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอนั้นๆ กำหนด

        2) ทางเว็บไซต์ โดยปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และปรับปรุงข้อมูลจำนวนปศุสัตว์ด้วยตนเองในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ทางเว็บไซต์ eregist.dld.go.th

        3) ผ่านแอบพลิเคชั่น (Mobile Application) โดยติดตั้งและปรับปรุงข้อมูลผู้เลี้ยงสัตว์และปรับปรุงข้อมูลจำนวนปศุสัตว์ด้วยตนเอง ระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ผ่าน Mobile Application : DLD e-Regist

        ขั้นตอนการดำเนินการ ระยะเวลารวม 40 วันทำการ

        1) เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มายื่นขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์หรือขอปรับปรุงข้อมูลปศุสัตว์ ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ที่เลี้ยงสัตว์ หรือ ดาวโหลด Mobile App ทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จาก Google Play เมื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทั่วไปและรายละเอียดข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ ผ่าน Application เพื่อขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เสร์จแล้ว ระยะเวลา 1 วันทำการ

         2) เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของผู้ขอขึ้นทะเบียนที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมแจ้งดำเนินการแก้ไขเมื่อเอกสารไม่ถูกต้อง และบันทึกข้อมูลในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ระยะเวลา 5 วันทำการ

         3) เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ และสถานที่ตั้งประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์จากในพื้นที่ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามคำร้องขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และบันทึกข้อมูลลงระบบในทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ระยะเวลา 30 วันทำการ

         4) รายงานผลการตรวจสอบให้ปศุสัตว์อำเภอทราบ ระยะเวลา 1 วันทำการ  

         5) ปศุสัตว์อำเภออนุมัติการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ในระบบฯ โดยเมื่อปศุสัตว์อำเภอได้อนุมัติให้ขึ้นทะเบียนแล้ว ให้ถือว่าผู้ขอขึ้นทะเบียนดังกล่าวเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของกรมปศุสัตว์ นับตั้งแต่วันที่ได้ยื่นคำร้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ระยะเวลา 3 วันทำการ

         รายการเอกสาร หลักฐานประกอบ

         1) บัตรประจำตัวประชาชน (ของเกษตรกรเจ้าของสัตว์ หรือผู้จัดการฟาร์มหรือนิติบุคคล  

         2) หนังสือรับรองนิติบุคคล  

         3) หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน  

         4) ใบรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (ถ้ามี)

         5) ภาพถ่ายของปศุสัตว์

         การสิ้นสภาพเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

         1) เมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เสียชีวิต และทายาทต้องมาดำเนินการยื่นคำร้อง ภายในหกสิบวัน

         2) เมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

         3) เมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์แจ้งยกเลิกการเลี้ยงสัตว์

         4) เมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์แจ้งข้อมูลการเลี้ยงสัตว์อันเป็นเท็จ

         5) เมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ไม่ปรับปรุงข้อมูลหรือแจ้งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอให้ปรับปรุงข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ของตนเองเกินกว่าสามปี ตามที่นายทะเบียนประกาศให้ปรับปรุงข้อมูลเกษตรกร

         6) เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

         กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

         1) พระราชบัญญัติเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ. 2552

         2) ระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560

         3) พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558

         4) กฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาด พ.ศ. 2561

         ค่าธรรมเนียม

         - ไม่มีค่าธรรมเนียม

         ประโยชน์ที่ได้รับ

         1) เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ จะได้รับการชดเชย ช่วยเหลือจากรัฐ กรณีได้รับผลกระทบและความเสียหายด้านปศุสัตว์จากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง และได้รับการช่วยเหลือกรณีเกิดโรคระบาดสัตว์

         2) กรมปศุสัตว์ใช้เป็นข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดของประเทศไทย เช่น ไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู ฯลฯ  

 

x
  • รวมเว็บไซต์ทั้งหมด
  • ภาคเหนือ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้
ตกลง