วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น.
นางประเทือง มหาพิรุณ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตาก พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์ ขันแก้ว นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านระบบออนไลน์ ถ่ายทอดสัญญาณจากห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ ห้องประทีลอซู ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดตาก โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม โดยจังหวัดตาก มีนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธาน โดยสถานการณ์ปัจจุบันบางพื้นที่เริ่มเข้าสู่สถานการณ์ปกติ อยู่ในช่วงการฟื้นฟูหลังน้ำลด แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังในช่วงวันที่ 10 - 11 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจมีฝนเพิ่มเติม ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการ ดังนี้ 1) การใส่ใจดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย โดยฝ่ายปกครอง และหน่วยงานด้านสาธารณสุข ต้องดูแลสุขภาพประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ 2) เตรียมพร้อมพื้นที่คาดการณ์ฝนตกหนัก โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่คาดการณ์ว่าฝนอาจตกหนัก กำชับหน่วยงานและชุดปฏิบัติการให้พร้อมในการช่วยเหลือประชาชน และ 3) การจัดการซากสัตว์ที่ตายจากน้ำท่วม ให้เร่งจัดการซากสัตว์ตามหลักวิชาการอย่างถูกสุขลักษณะและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ในส่วนของจังหวัดตาก ผู้ว่าราชการจังหวัดตากได้สั่งการเพิ่มเติม คือ 1) สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก ติดตามร่วมกับสถานีอุตุนิยมวิทยาตาก ในการติดตามเรดาร์อากาศ คาดการณ์ฝนตกในพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนทันที โดยเน้นในพื้นที่ตามคาดการณ์ คือ อำเภออุ้มผาง และอำเภอท่าสองยาง 2) การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ให้ดำเนินการตามระเบียบ ไม่ให้ซ้ำซ้อน และต้องดูว่าเข้าหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามมติ ครม. หรือหลักเกณฑ์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ การเยียวยากรณีบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัยตามมติ ครม. ให้เร่งประชุม ก.ช.ภ.อ. เพื่อเสนอขอรับการช่วยเหลือ ภายในสัปดาห์นี้ และหากอำเภอไหนพร้อมให้ดำเนินการจัดประชุมทันที ไม่ต้องรอให้ครบทุกอำเภอ ส่วนด้านอื่นๆ ให้เร่งสำรวจความเสียหายและจัดประชุมตามขั้นตอนโดยเร็ว 3) การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องรวดเร็ว/เน้นการประชาสัมพันธ์เชิงรุก 4) การดูแลสุขภาพประชาชนหลังน้ำลด ให้สาธารณสุขอำเภอลงพื้นที่ดูแลประชาชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ 5) การประสานงานฝ่ายทหาร ให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานหลักในการประสานหน่วยงานทหารในพื้นที่ทุกหน่วยงาน และ 6) การจัดการซากสัตว์ ให้อำเภอดำเนินการให้ถูกสุขลักษณะ ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จะมีการกำหนดประชุมคณะกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการดำเนินการล่วงหน้า สรุปพื้นที่เสี่ยง จุดเสี่ยง และปรับกลยุทธ์ในการรับมือสถานการณ์ในอนาคตต่อไป